entry นี้แทบจะเป็นเรื่องส่วนตัวของผมเกีย่วกับยูโด และ เธอ
ไม่มีสาระอะไรแทรกให้ผู้อ่านเลย จะไม่อ่านก็ได้ครับ
มันเป็นเพียง entry ระบายอีก 1 ตัวใน blog นี้

วันนี้กับวันจันท์ที่ผ่านมาได้กลับไปเล่นยูโด
กลับไปสถานที่ๆ ผมได้รู้จักเธอครั้งแรก
คนเล่นน้อยลงครับ แต่บรรยากาศยังสนุกเหมือนเดิม
รุ่นน้องๆ ที่เราเคยสอน ตอนนี้ก็ฝีมือเก่งกันหมดแล้ว
เจอรุ่นน้องอยู่คนหนึ่ง เป็นน้องชายของรุ่นพี่ที่เก่งมาก
เจ้ารุ่นน้องคนนี้เลยมักจะชื่นชมพี่ชายอยู่ตลอดเวลา
และมักจะสอนให้เพื่อนๆ ใช้เทคนิค ระหว่างที่เล่นสู้กัน
เราก็เลยปล่อยให้มันทุ่มไป 1 ที มันดีใจอิ๊บอ๋ายวายป่วง
เพราะเพิ่งจะทุ่มคนแบบเราได้ครั้งแรก เหอๆ
วันนี้ได้สู้กับรุ่นน้องคนนี้ไปคนเดียวเอง นอกนั้นก็ไม่ได้ทำอะไร
ฟังพวกรุ่นน้องคนอื่นๆ มันคุยกันเล่นกัน
ขำแตกดี รู้สึกคลายเครียดไปเยอะ
ดีใจที่อาจารย์ก็ตลกไปด้วย เพราะเมื่อก่อนจะเข้มๆ ไม่ค่อยตลกเท่าไร
คิดว่า แกก็อายุได้ 60-70 กว่าแล้ว ได้ขำๆ วันเว้นวันก็น่าจะดีอยู่
วันนี้ไม่ได้ทำอะไร แต่วันจันทร์นี่้สิ เอาตัวไม่แทบไม่รอด
ไม่ได้เล่นนานมากๆ กลับไปเล่นอีกครั้ง ก็ฟิตใหญ่เลย
เล่นกับพวกรุ่นน้องที่มันแข็งแรงๆ และกำลังสดๆ โฮ่ ทำเราแทบเป็นลม
นั่งพักอยู่พักใหญ่ มึน ปวดท้อง จะอ้วก หมดแรง เมื่อยทั้งตัว
ขี่มอไซฯ กลับบ้าน แทบไม่มีสติ เลย เหอๆ
ดีที่ทางโล่งและตรงตลอด หากมีรถตัดหน้าหรือสวนมา คงหักหลบไม่พ้น
มันทำให้ผมนึกถึงช่วงวันเวลาดีๆ ของผมในอดีต
ที่จริงผมเคยคิดว่าจะไม่กลับมาเล่นอีกแล้ว เพราะไม่มีเธอ
ไม่อยากไปเจอคนอื่นๆ ถามเรื่องของเรา หรือเรื่องของเธอ
ช่วงที่ผมกับเธอเล่นยูโด ก็ถือว่าเป็นคู่ที่น่าอิจฉาพอสมควรหละนะ
ไม่มีรุ่นน้องคนไหนกล้ายุ่งเท่าไร มีแต่พวกรุ่นพี่และเพื่อนที่มันชอบแซวกัน
หากไม่มีอะไรทำ ผมและเธอจะจับคู่ และฝึกวิชากัน
ผลัดกันทุ่มผลัดกันโดนทุ่ม สนุกมาก เพราะเรารู้ฝีมือกันอยู่
ผมเป็นหืดหอบ เล่นไปสักพักมักจะเหนื่อยง่าย และเป็นหนัก เธอจะรู้ดี
แต่ผมก็เป็นพวกเล่นจนถึงจุดตาย แล้วก็ขออนุญาติลงไปพักก่อนหมดเวลา
ออกไปนั่งถอดเสื้อหอบแดกตากลมอยู่ข้างนอกคนเดียว เพราะกลัวจะอ้วก และ สกปรก
เธอก็จะออกมาเอาน้ำ บางทีก็มีผ้าขนหนูเล็กๆ ที่เตรียมมา ออกมาให้ผม
เธอจะหยิบเสื้อผมขึ้นมาพัดให้อยู่สักพัก และก็นั่งลงให้ผมพิงข้างๆไหล่
บางครั้งเราก็กันอยู่นั่งเงียบๆ บางครั้งเราก็คุยกันในหลายๆ เรื่อง
แม้เราจะงอนกันโกรธกัน แต่เธอก็ทำแบบนี้อยู่ตลอดเวลา
เมื่อถึงเวลาเลิกซ้อม ผมก็จะถอดชุดยูโดไว้เพื่อไปใส่เสื้อผ้าปรกติ
กลับมาอีกที ผมจะเห็นเธอนั่งพับเสื้อให้ผม อย่างเรียบร้อย
และก็ถือเสื้อไปไว้ที่รถให้ เพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน
ถ้าวันไหนผมเหนื่อยมากๆ เธอจะไม่ให้ผมขี่มอไซฯ แต่จะให้ผมซ้อนแทน
เราจะไปในที่ๆ เราอยากไป ที่ๆ เราได้ใกล้ชิดกัน ที่เดิมๆ ทุกวัน ทุกวัน ไม่เคยเบื่อ
อ้อ ลืมบอกไปครับว่า เธอเป็นคนมารับผมไปเล่นยูโดแทบทุกวัน
เราจึงได้ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา
ถ้าไม่เล่นยูโด ก็ร่อนไปเรื่อย หรือไปเรียนภาษาจีน ไปนั่งกินอะไรกัน
ช่วงเย็นๆ แทบจะทุกวัน เจอฟิวส์ที่ไหน ก็เจอปุ้ยที่นั่นแหละ
ทุกครั้งที่เราได้เจอกันนั้นช่างแสนสุขใจ เฝ้าแต่นับเวลาที่ผ่าน เมื่อไหร่จะถึงวันที่เฝ้ารอวันนี้
* แต่ว่าเวลาที่หมุนผ่านไป มันบังคับให้เราต้องไกลกันอีกในไม่ช้า
ก่อนทุกสิ่งจะไม่อาจย้อนกลับมา ฉันอยากจะขออะไรสักอย่างก่อนจะได้ไหม
โปรดเถอะ โปรดเถอะ โปรดเถอะ โปรดเถอะ
** ขอให้ช่วงเวลาดีๆอยู่กับเราไปอย่างนี้ เป็นความทรงจำที่จะไม่ลบไปจากใจ
อยากขอให้เธออยู่นานๆได้ไหม เพราะช่วงเวลานี้ คือช่วงชีวิตที่ดีที่สุดของฉัน
ทุกสิ่งรอบกายในวันๆนี้ดูช่างสวยงาม
แต่ไม่มีภาพใดที่สวยเกินกว่า ภาพเธอคนนี้ในช่วงเวลาตอนนี้
(ซ้ำ * , ** , **)
ไม่มีสาระอะไรแทรกให้ผู้อ่านเลย จะไม่อ่านก็ได้ครับ
มันเป็นเพียง entry ระบายอีก 1 ตัวใน blog นี้

วันนี้กับวันจันท์ที่ผ่านมาได้กลับไปเล่นยูโด
กลับไปสถานที่ๆ ผมได้รู้จักเธอครั้งแรก
คนเล่นน้อยลงครับ แต่บรรยากาศยังสนุกเหมือนเดิม
รุ่นน้องๆ ที่เราเคยสอน ตอนนี้ก็ฝีมือเก่งกันหมดแล้ว
เจอรุ่นน้องอยู่คนหนึ่ง เป็นน้องชายของรุ่นพี่ที่เก่งมาก
เจ้ารุ่นน้องคนนี้เลยมักจะชื่นชมพี่ชายอยู่ตลอดเวลา
และมักจะสอนให้เพื่อนๆ ใช้เทคนิค ระหว่างที่เล่นสู้กัน
เราก็เลยปล่อยให้มันทุ่มไป 1 ที มันดีใจอิ๊บอ๋ายวายป่วง
เพราะเพิ่งจะทุ่มคนแบบเราได้ครั้งแรก เหอๆ
วันนี้ได้สู้กับรุ่นน้องคนนี้ไปคนเดียวเอง นอกนั้นก็ไม่ได้ทำอะไร
ฟังพวกรุ่นน้องคนอื่นๆ มันคุยกันเล่นกัน
ขำแตกดี รู้สึกคลายเครียดไปเยอะ
ดีใจที่อาจารย์ก็ตลกไปด้วย เพราะเมื่อก่อนจะเข้มๆ ไม่ค่อยตลกเท่าไร
คิดว่า แกก็อายุได้ 60-70 กว่าแล้ว ได้ขำๆ วันเว้นวันก็น่าจะดีอยู่
วันนี้ไม่ได้ทำอะไร แต่วันจันทร์นี่้สิ เอาตัวไม่แทบไม่รอด
ไม่ได้เล่นนานมากๆ กลับไปเล่นอีกครั้ง ก็ฟิตใหญ่เลย
เล่นกับพวกรุ่นน้องที่มันแข็งแรงๆ และกำลังสดๆ โฮ่ ทำเราแทบเป็นลม
นั่งพักอยู่พักใหญ่ มึน ปวดท้อง จะอ้วก หมดแรง เมื่อยทั้งตัว
ขี่มอไซฯ กลับบ้าน แทบไม่มีสติ เลย เหอๆ
ดีที่ทางโล่งและตรงตลอด หากมีรถตัดหน้าหรือสวนมา คงหักหลบไม่พ้น
มันทำให้ผมนึกถึงช่วงวันเวลาดีๆ ของผมในอดีต
ที่จริงผมเคยคิดว่าจะไม่กลับมาเล่นอีกแล้ว เพราะไม่มีเธอ
ไม่อยากไปเจอคนอื่นๆ ถามเรื่องของเรา หรือเรื่องของเธอ
ช่วงที่ผมกับเธอเล่นยูโด ก็ถือว่าเป็นคู่ที่น่าอิจฉาพอสมควรหละนะ
ไม่มีรุ่นน้องคนไหนกล้ายุ่งเท่าไร มีแต่พวกรุ่นพี่และเพื่อนที่มันชอบแซวกัน
หากไม่มีอะไรทำ ผมและเธอจะจับคู่ และฝึกวิชากัน
ผลัดกันทุ่มผลัดกันโดนทุ่ม สนุกมาก เพราะเรารู้ฝีมือกันอยู่
ผมเป็นหืดหอบ เล่นไปสักพักมักจะเหนื่อยง่าย และเป็นหนัก เธอจะรู้ดี
แต่ผมก็เป็นพวกเล่นจนถึงจุดตาย แล้วก็ขออนุญาติลงไปพักก่อนหมดเวลา
ออกไปนั่งถอดเสื้อหอบแดกตากลมอยู่ข้างนอกคนเดียว เพราะกลัวจะอ้วก และ สกปรก
เธอก็จะออกมาเอาน้ำ บางทีก็มีผ้าขนหนูเล็กๆ ที่เตรียมมา ออกมาให้ผม
เธอจะหยิบเสื้อผมขึ้นมาพัดให้อยู่สักพัก และก็นั่งลงให้ผมพิงข้างๆไหล่
บางครั้งเราก็กันอยู่นั่งเงียบๆ บางครั้งเราก็คุยกันในหลายๆ เรื่อง
แม้เราจะงอนกันโกรธกัน แต่เธอก็ทำแบบนี้อยู่ตลอดเวลา
เมื่อถึงเวลาเลิกซ้อม ผมก็จะถอดชุดยูโดไว้เพื่อไปใส่เสื้อผ้าปรกติ
กลับมาอีกที ผมจะเห็นเธอนั่งพับเสื้อให้ผม อย่างเรียบร้อย
และก็ถือเสื้อไปไว้ที่รถให้ เพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน
ถ้าวันไหนผมเหนื่อยมากๆ เธอจะไม่ให้ผมขี่มอไซฯ แต่จะให้ผมซ้อนแทน
เราจะไปในที่ๆ เราอยากไป ที่ๆ เราได้ใกล้ชิดกัน ที่เดิมๆ ทุกวัน ทุกวัน ไม่เคยเบื่อ
อ้อ ลืมบอกไปครับว่า เธอเป็นคนมารับผมไปเล่นยูโดแทบทุกวัน
เราจึงได้ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา
ถ้าไม่เล่นยูโด ก็ร่อนไปเรื่อย หรือไปเรียนภาษาจีน ไปนั่งกินอะไรกัน
ช่วงเย็นๆ แทบจะทุกวัน เจอฟิวส์ที่ไหน ก็เจอปุ้ยที่นั่นแหละ
ทุกครั้งที่เราได้เจอกันนั้นช่างแสนสุขใจ เฝ้าแต่นับเวลาที่ผ่าน เมื่อไหร่จะถึงวันที่เฝ้ารอวันนี้
* แต่ว่าเวลาที่หมุนผ่านไป มันบังคับให้เราต้องไกลกันอีกในไม่ช้า
ก่อนทุกสิ่งจะไม่อาจย้อนกลับมา ฉันอยากจะขออะไรสักอย่างก่อนจะได้ไหม
โปรดเถอะ โปรดเถอะ โปรดเถอะ โปรดเถอะ
** ขอให้ช่วงเวลาดีๆอยู่กับเราไปอย่างนี้ เป็นความทรงจำที่จะไม่ลบไปจากใจ
อยากขอให้เธออยู่นานๆได้ไหม เพราะช่วงเวลานี้ คือช่วงชีวิตที่ดีที่สุดของฉัน
ทุกสิ่งรอบกายในวันๆนี้ดูช่างสวยงาม
แต่ไม่มีภาพใดที่สวยเกินกว่า ภาพเธอคนนี้ในช่วงเวลาตอนนี้
(ซ้ำ * , ** , **)








#1 By Psycho Girl on 2006-06-01 01:30