13.12.2549
posted on 13 Dec 2006 03:45 by ifew in DIaRy
อารมณ์กำลังตก แต่เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
ถูกเรียกให้รีบกลับมา กทม. ก่อนกำหนดหลายชั่วโมง
เพียงเพื่อมาช่วยงานแถลงข่าวของโครงการหนึ่ง
และก็แจ็คพอตที่ต้องเ่ร่งทำเว็บให้อีกโครงการหนึ่ง
เพื่อจะแถลงข่าวในวันรุ่งขึ้น
บังเอิญก่อนกลับจาก นว. ทำบุญไปบ้าง
อีเว็บนั้นเพื่อนเลยช่วยทำแทนให้
จนบัดนี้ แถลงข่าวผ่านไป ไม่รู้เป็นอย่างไร
ระหว่างที่อยู่ นว. แม้จะเจออะไรไม่ค่อยดีนัก
แต่ก็สบายใจดีอย่างบอกไม่ถูก
ชอบเมืองขนาด นว. นี่แหละ เล็กๆ แน่นๆ
เดิน 50 เมตร ผ่าน 15 ร้าน ไม่ใช่ 50 เมตร ยังไม่พ้น 1 ตึก
ทำให้ซื้อของง่าย และเจอผู้คนหลากหลายดี
เจอคนที่บ้านที่ยังเป็นห่วงเสมอๆ
ได้ยินคำที่คุ้นเคย แม้มันจะรำคาญบ้างบางเวลา แต่ก็รู้สึกดีที่ได้ยิน
"กินข้าวยาง.."
"ฟิวส์... กินข้าว..."
"อ่ะ เอา(ส้ม)(ขนม)(แอปเปิ้ล) มาให้"
"จะไปไหน.."
"อย่ากลับดึกนะ รีบไปรีบมา"
"ฟิวส์... ดึกแล้ว นอนได้แล้ว"
ปัจจุบันผมก็ยังเป็นฟิวส์น้อยของที่บ้านอยู่ตลอดเวลา
ได้สนทนากับนักคิด
ความรัก ธรรมะ ไทเก๊กและปรัชญา
ในคืนที่ผมมองเห็นดาวโดยไม่ต้องขึ้นไปบนดาดฟ้าของตึก
ได้ไปอุตรดิตถ์ 1 วัน เพื่อหายายและชวด
ชวดอาการไม่ค่อยจะดี แต่พอที่จะเข้าใจความเป็นไป
ส่วนยาย รู้ว่าหลานสุดที่รักจะมา
ตื่นมาทำหมูทอด และไข่ดาว แต่เช้า
ตกเย็นไปกินหมี่พันและสุกี้กับแม่ในตลาดเล็กๆ ใจกลางเมือง
แม่ไปดูเสื้อเหลืองให้ยาย
และเพิ่งเคยได้ยินความเห็นจากปากแม่ครั้งแรกว่า "ล๊าว..ลาว..."
กลับไปนั่งอยู่ในห้องที่มีทั้งความสุขและเศร้า
ถึงแม้ตำแหน่งสิ่งของ จะเปลี่ยนไป
แต่ความรู้สึกและบรรยากาศยังเหมือนเดิม
ทุกอย่างยังอยู่ครบทุกชิ้น
จากห้องเล่นคอมฯ กึ่งๆ ห้องนอน
ตอนนี้มันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมไปเสียแล้ว
เพียงแต่ต่างจากที่อื่น ตรงที่นอกจากเก็บของแล้ว
มันยังเก็บความรู้สึกดีๆ ไว้มากมาย
นานๆ ทีจะบ่นไว้เป็นไดอารี่ส่วนตัว
กลัวว่าสักวันถ้าสมองเสื่อมจะลืมความรู้
และลืมความรู้สึกเหล่านี้ไป
ปล. เอารูปงานวันแรกมาฝาก ส่วนอีกงาน ไม่ไป.. ขี้เกียจ.. :P




ถูกเรียกให้รีบกลับมา กทม. ก่อนกำหนดหลายชั่วโมง
เพียงเพื่อมาช่วยงานแถลงข่าวของโครงการหนึ่ง
และก็แจ็คพอตที่ต้องเ่ร่งทำเว็บให้อีกโครงการหนึ่ง
เพื่อจะแถลงข่าวในวันรุ่งขึ้น
บังเอิญก่อนกลับจาก นว. ทำบุญไปบ้าง
อีเว็บนั้นเพื่อนเลยช่วยทำแทนให้
จนบัดนี้ แถลงข่าวผ่านไป ไม่รู้เป็นอย่างไร
ระหว่างที่อยู่ นว. แม้จะเจออะไรไม่ค่อยดีนัก
แต่ก็สบายใจดีอย่างบอกไม่ถูก
ชอบเมืองขนาด นว. นี่แหละ เล็กๆ แน่นๆ
เดิน 50 เมตร ผ่าน 15 ร้าน ไม่ใช่ 50 เมตร ยังไม่พ้น 1 ตึก
ทำให้ซื้อของง่าย และเจอผู้คนหลากหลายดี
เจอคนที่บ้านที่ยังเป็นห่วงเสมอๆ
ได้ยินคำที่คุ้นเคย แม้มันจะรำคาญบ้างบางเวลา แต่ก็รู้สึกดีที่ได้ยิน
"กินข้าวยาง.."
"ฟิวส์... กินข้าว..."
"อ่ะ เอา(ส้ม)(ขนม)(แอปเปิ้ล) มาให้"
"จะไปไหน.."
"อย่ากลับดึกนะ รีบไปรีบมา"
"ฟิวส์... ดึกแล้ว นอนได้แล้ว"
ปัจจุบันผมก็ยังเป็นฟิวส์น้อยของที่บ้านอยู่ตลอดเวลา
ได้สนทนากับนักคิด
ความรัก ธรรมะ ไทเก๊กและปรัชญา
ในคืนที่ผมมองเห็นดาวโดยไม่ต้องขึ้นไปบนดาดฟ้าของตึก
ได้ไปอุตรดิตถ์ 1 วัน เพื่อหายายและชวด
ชวดอาการไม่ค่อยจะดี แต่พอที่จะเข้าใจความเป็นไป
ส่วนยาย รู้ว่าหลานสุดที่รักจะมา
ตื่นมาทำหมูทอด และไข่ดาว แต่เช้า
ตกเย็นไปกินหมี่พันและสุกี้กับแม่ในตลาดเล็กๆ ใจกลางเมือง
แม่ไปดูเสื้อเหลืองให้ยาย
และเพิ่งเคยได้ยินความเห็นจากปากแม่ครั้งแรกว่า "ล๊าว..ลาว..."
กลับไปนั่งอยู่ในห้องที่มีทั้งความสุขและเศร้า
ถึงแม้ตำแหน่งสิ่งของ จะเปลี่ยนไป
แต่ความรู้สึกและบรรยากาศยังเหมือนเดิม
ทุกอย่างยังอยู่ครบทุกชิ้น
จากห้องเล่นคอมฯ กึ่งๆ ห้องนอน
ตอนนี้มันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมไปเสียแล้ว
เพียงแต่ต่างจากที่อื่น ตรงที่นอกจากเก็บของแล้ว
มันยังเก็บความรู้สึกดีๆ ไว้มากมาย
นานๆ ทีจะบ่นไว้เป็นไดอารี่ส่วนตัว
กลัวว่าสักวันถ้าสมองเสื่อมจะลืมความรู้
และลืมความรู้สึกเหล่านี้ไป
ปล. เอารูปงานวันแรกมาฝาก ส่วนอีกงาน ไม่ไป.. ขี้เกียจ.. :P











ก็ตรงที่เห็นเราเป็นเด็กอยู่ตลอดนี่แหละครับ
จะ 30 แล้วนะเนี่ย ยังเห็นเป็น 10 ขวบอยู่ได้
แต่คิดอีกที
มันก็มีความสุขดีแหละครับ
#1 By AkE on 2006-12-13 08:45