23-25.08.2551

posted on 23 Aug 2008 23:42 by ifew  in DIaRy

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นตอนเช้า
มันถูกตั้งให้ปลุกเมื่อ 7.00 น.
เพื่อเตือนอะไรผมบางอย่าง

ผมจำได้ว่าวันนี้วันเสาร์
ผมลังเลที่จะตื่นหรือนอนต่อ
อ๊ะ ใช่แล้ว วันนี้ผมต้องไปเยี่ยมชวดที่อุตรดิตถ์

ให้แม่
ผมอาบน้ำและจัดกระเป๋ากล้อง มุ่งสู่ใจกลางกรุงเทพย์ด้วย BTS
ระหว่างทางเดินบนสะพานลอย มีของขายเต็มไปหมด
ผมได้แต่สอดส่ายสายตา มองผ่านไปด้วยความเร่งรีบ
แล้วผมก็ต้องวกเดินกลับมาดูอีกครั้ง ด้วยความแปลกใจ

ผมเห็นป้าคนหนึ่งพร้อมกระเช้าเล็กๆ
ในกระเช้ามีดอกมะลิที่แทรกด้วยกุหลาบคละแบบกับดอกบานไม่รุ้โรย
มันถูกประดิษฐ์เป็นนกยูง ที่มีหางเป็นใบเตยขนาดเท่าฝ่า่มือ
สวยจนทำให้คนที่กำลังเร่งรีบแบบผม เดินย้อนกลับมาดู
และสะกดใจจนทำให้ผมนึกถึงแม่..

ผมซื้อมาสองตัว ในราคา 20 บาท!

เจ้านกยูงตัวนี้ถูกนำขึ้นรถตู้เพื่อเดินทางมานครสวรรค์ เป็นเวลา 3 ชั่วโมง
และแล้ว มันก็ถึงมือแม่ผม..

แม่บอกว่า "สวยดี เข้าใจทำ และเราจะพามันไปมอบให้ชวดและยาย ที่อุตรดิตถ์"

จากนั้น อีก 3 ชั่วโมงต่อมา ความรู้สึกดีๆในตัวนกยูงของผมก็ส่งผ่านไปให้แม่ถึงชวดและยาย

:D

เรื่องเล่าเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่
ระหว่างการเดินทางจากนครสวรรค์ไปอุตรดิตถ์ต้องใช้เวลา 3 ชั่วโมง
สมัยเด็กๆ ผมมักจะหลับตลอดการเดินทาง
แต่พอโตขึ้น ไม่รู้ว่าผมช่างคุยกว่าเดิม หรือ เพราะไม่มีอะไรทำ
3 ชั่วโมงนั้น ผมกับแม่มักจะได้พุดคุยอะไรกันเสมอๆ
กิจวัตรประจำวัน การงาน ความรัก เพลง ละคร ดารา เทคโนโลยี หรือแม้แต่ การเมือง การศาสนา

แม่เล่าว่า เมื่อสองสามวันก่อน ม่าพูดขึ้นมาว่า
"แค่ได้ยินเสียงหลาน ก็ชื่นใจแระ.." แล้วแม่กับผมก็ยิ้มๆ
(ปกติช่วงหัวค่ำ อาม่าผมจะโทรศัพท์มาถามสารทุกข์สุขดิบทุกวัน)

ผมรู้สึกดีจัง อย่างน้อยก็ยังมีคนที่บ้านเป็นห่วง คิดถึง และมีความสุขที่ได้คุยกับเรา

มันทำให้ผมนึกเรื่องตลก ที่แม่เล่าให้ฟังเมื่อ สองอาทิตย์ก่อน
แม่บอกว่าแม่ฝันถึงผม

ในฝัน ผมยังเด็กๆ ตัวเล็กๆ
แม่พาผมไปกินข้าวในโรงอาหารแห่งหนึ่ง
และในโรงอาหารมีตู้เสื้อผ้าตั้งอยู่
ระหว่างที่แม่กำลังง่วนซื้อข้าว
จู่ๆ ผมก็เดินเข้าไปเล่นในตู้
แม่ผมก็เดินมาตามที่ตู้
"อ้าว ฟิวส์ หายไป?!??"
ใช่แล้ว ผมหายเข้าไปในตู้?!?!
แล้วแม่บอกว่า แม่ก็ค้นตู้เป็นการใหญ่ จนแม่สะดุ้งตื่น

จะว่าไป แม่ผมก็คงยังไม่ได้ดู Nania
เอ๊ะ นี่ผมจากบ้านมานานขนาดนี้เลยหรอเนี่ย?

กอด
ชวดผม (แม่ของยาย) ท่านอายุมากแล้ว
ไม่สบาย เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้ไม่กี่วัน
ท่านได้แต่นอนขยับตัวเล็กๆน้อยๆ แต่ลุกไม่ได้
เวลาขยับตัวให้ขาไม่เลยเตียง ผมเลยต้องขึ้นไปบนเตียง
ใช้สองมือ กอด ท่านไว้และอุ้มเบาๆ และป้าผมคอยยกขาไว้

ในชีวิตผม เท่าที่จำความได้ ผมไม่เคยกอดชวดผมเลย
แต่ผมคิดว่าตอนเด็กๆ เราคงเคยกอดกัน แต่คงนานจนผมลืมไปแล้ว

ผมรู้สึกดีจัง ที่ได้กอดชวดอีกครั้ง

นึกถึงสมัยเด็กๆ ผมเป็นเด็กที่ค่อนข้างเจ้าเนื้อ จึงมีแต่คนมากอด
โดยเฉพาะอาม่า ที่ชอบเรียกผมไปกอด และหอมแก้มเสมอๆ ตั้งแต่เด็กจนโต
แต่ปัจจุบัน นานๆ ทีเราจะได้กอดกัน แต่ใช้วิธีจับมือแทน

ส่วนแม่ผม เราไม่ค่อยได้กอดกันเท่าไร
แต่ชอบมาหอมแก้มผมมากกว่า
(จะว่าไปแล้ว หลังกลับจากอุตรดิตถ์เขาก็ไม่สบาย ยังไงก็หายไวๆ นะครับ)

หลัง postmodern
มีคนให้นิยามสั้นๆ ไว้ว่า มนุษย์ยุค "postmodern" ชอบอะไรไฮเทคๆ
แต่มนุษย์ "หลัง postmodern" ชอบอะไรเก่าๆ

ตอนนี้ผมเลยสงสัยตัวเองว่า ผมเป็นคน "หลัง postmodern" หรือผมแก่กันแน่?!?!

เห็นอะไรเก่าๆ รู้สึกดี อาร์ตดี สวยดี เท่ดี
คุยโปรเจคร้านกาแฟที่แม่อยากทำว่า เราอยากทำสไตล์โบราณๆ ยุค 60
แต่เก่าแบบคลาสสิก มีความโมเดิร์นนิดๆ ไม่ใช่เก่าแบบซกมก!

ขี้ลืม
ไม่รู้ว่าวันนั้น(24/08/2551) เป็นอะไร สติไม่เต็ม 100%
ลืมนาฬิกาไว้ที่อุตรดิตถ์ วันนี้ทำงานวันแรก เลยรู้สึกโหลงเหลง ไม่รู้จะดูเวลาจากไหน ทั้งๆที่ มือถือก็ดูได้
ลืมกุญแจห้องพักไว้ที่นครสวรรค์ จนแม่เข้าไปเจอในห้อง เลยต้องฝากพี่ทหารคนหนึ่งมาให้
ลืมถุงชากับขนมไว้ที่รถตู้ ยังดีที่เขาเก็บไว้ให้ ตอนเช้าเลยไปเอาคืน

ป้าบอกว่า วันนั้นมันแปลกๆ ไปซื้อ 24 สักใบเก็บไว้ละกัน!!

 

ขากลับ แม่แวะซื้อของข้างทาง ไปเห็นตุ๊กตาดินเผา
รู้สึกแปลกใจ ว่าทำไมทุกตัวมันต้องยิ้มแบบเชิดหน้า
ยิ้มแบบ ฮาๆ ดี

 

แต่มันดัน มีอยู่ตัวหนึ่ง ทำหน้า กวนteen มาก

 

 

 

จบ!..

edit @ 26 Aug 2008 01:11:40 by ฟิวส์

ไปดูรูปใน http://ifew.multiply.com/photos/album/36/36

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมเขินแม่ ไม่กล้าทำ 555+

#1 By เอกน้อย on 2008-08-26 04:46

อ่านแล้วอบอุ่นดีครับ
ผมเองไม่ค่อยเคยชินกับการกอดเท่าไหร่
แต่ก็รู้สึกดีครับถ้าได้กอด

#2 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-08-26 10:06

สนัสบสนุนเต็มที่ให้ทำร้านกาแฟครับ
ผมชอบบบบ

#3 By มนุษย์กล่อง on 2008-09-05 01:26