Hong Kong and Disney Land 3
posted on 29 Dec 2009 23:06 by ifew in TrAveL
วันแรก Hong Kong and Disney Land 1
วันที่สอง Hong Kong and Disney Land 2
วันนี้เป้นวันสุดท้ายที่เราจะอยู่ใน Hong Kong Disney Land และเป็นวันสุดท้ายที่เราจะอยู่ใน Hong Kong ด้วย ซึ่งทริปในวันนี้พี่ชัยจะมารับเราในช่วงสายๆ เพื่อไปนั่งกระเช้า ไหว้พระ และไปเดินเล่นใน Kaw Loon
แต่ก่อนจะออกจากโรงแรม เราได้มีโอกาสไปลองทานอาหารเช้าของโรงแรมครั้งแรก ซึ่งจะอยู่ชั้น 1 ใกล้ๆ กับสระว่ายน้ำ
ในห้องอาหารของโรงแรม จะเป็นบุฟเฟ่ ที่มีอาหารและขนมให้ทานได้ทั้งแบบตะวันตกและตะวันออก รวมไปถึงเครื่องดื่มต่างๆ ซึ่งผมคิดว่าอาหารมีให้เลือกเยอะพอสมควร และอยู่ในเกรดที่ดีเลยทีเดียว
ระหว่างที่เรากำลังทานอาหาร ก็จะมี มิกกี้เม้าส์ มินนี่เม้าส์ กรู๊ฟฟี่ โดนัลดั๊กค์ พลูโต มาเดินถ่ายรูปร่วมด้วยตามโต๊ะอาหาร (อย่างกับงานแต่งงาน ฮ่าๆ) แต่เสียดาย ที่เราไม่มีเวลามากพอจะรอ โดนัลดั๊กค์ กับ พลูโต มาถ่ายด้วย จึงได้แค่ภาพ มิกกี้เม้าส์ มินนี่เม้าส์ กรู๊ฟฟี่มาเป็นที่ระลึก
หลังจากเราทานอาหารเช้าแสนอร่อยเสร็จ เราจึงรีบไปหาพี่ชัย เพื่อทำการ check-out และกระโดดขึ้นรถ เพื่อเดินทางไปที่กระเช้า Ngong Ping 360 ทันที
ซึ่งกระเช้า Ngong Ping 360 จะอยู่ในเขตที่เรียกว่า Tung Chung บนเกาะ Lan Tua ซึ่งคนไทยมักจะเรียกว่า เกาะลันเตา เป็นเกาะเดียวกับที่ตั้งของ Hong Kong Disney Land และอยู่ใกล้กับสนามบิน เช็ก ลัป ก๊อก (Chek Lap Kok)
กระเช้าที่ให้ขึ้น จะมีให้เลือกสองแบบครั้บ คือ แบบปกติ ที่เห็นทั่วๆไป กับ แบบ Crystal ที่มีพื้นเป็นกระจกใส เพิ่มความหวือหวาให้กับชีวิต เพราะสามารถมองทะลุลงไปเห็นเบื้องล่างได้เหมือนกับกำลังลองอยู่บนอากาศ อย่างไงอย่างนั้น (บรรยายเว่อร์ไปไหมเนี่ย ฮ่าๆ)
เราใช้เวลานั่ง Ngong Ping 360 ประมาณ 30 นาที โดยข้ามเขาหลายลูกพอสมควร ในระดับความสูงที่ผมก็ประมาณไม่ค่อยจะถูก แต่เดาว่าเกินกว่าตึก 50 ชั้น โดยปลายทางของเราอยู่ที่พระใหญ่ป่อหลิน (Tian Tan Buddha, Po Lin Monastery)
ระหว่างที่นั่ง มี ผม พี่ชัย ต่าย คุณแม่น้องพลอยและน้องพลอย เฮาฮาปาจิงโกะมากจะมีหวือหวาและหวาดเสียวบ้างในบางขณะ โดยเฉพาะช่วงที่กระเช้าไปพาดกับรอยต่อของเสา ซึ่งมันจะเร็วและส่ายๆ เล็กน้อย
นั่งข้ามเขามาได้สักระยะ เราก็จะเริ่มเห็นวิวของพระใหญ่ป่อหลิน (Tian Tan Buddha, Po Lin Monastery) ซึ่งดูสงบ และสวยมากๆ อยู่บนเนินเขา
หลังจากถึงจุดหมายปลายทางของสถานีกระเช้า (ก่อนจะลง ข้างๆ อาคาร จะมีป้ายบอกให้เรามองลิง เพราะตรงลิงจะมีกล้องถ่ายรูปเพื่อบันทึกภาพไว้ขายเป็นที่ระลึก) เราก็มุ่งหน้าเดินไปที่พระใหญ่ ซึ่งระหว่างทางจะเป็นร้านค้า ที่ถูกสร้างขึ้นแบบทรงจีน สวยดีครับ (มี Star Buck ด้วยนะ) และมีอีกหลายๆ สิ่งก่อสร้าง ที่กำลังถูกสร้างขึ้นเป็นเมืองขนาดย่อมๆ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบแห่งใหม่ในอนาคต
เราเดินไปจนถึงบริเวรณวัดป่อหลิน (Po Lin Monastery) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระใหญ่ จะมีบันไดให้เราเดินขึ้นไปอีก 268 ขั้น เพื่อถึงองค์พระ ซึ่งพี่ชัยได้เล่าให้ฟังว่า ปกติทัวร์ที่มาลง มักจะแวะที่พระใหญ่เป็นแห่งสุดท้าย ดังนั้น เมื่อลูกทัวร์เริ่มล้า ก็มักจะไม่ค่อยเดินขึ้นไป แต่อาศัยยืนไหว้จากด้านล่างแทน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
พวกเรายังไม่สูงอายุครับ เลยเดินขึ้นบันไดไปที่องค์พระ แต่เดินไปได้ครึ่งทางก็เริ่มรู้สึกหอบกันถ้วนหน้า ฮ่าๆ
ในองค์พระจะประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกา ซึ่งรัฐบาลฮ่องกงได้อัญเชิญมาไว้ที่นี่ และเชื่อกันว่าเป็นพระเขี้ยวแก้วของจริง ของพระพุทธเจ้า
ซึ่งก่อนจะเข้าไปกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ จะต้องเสียค่าเข้าประมาณ 20$hk ครับ และตอนขาออก สามารถนำตั๋วนั้น ไปแลกเป็นน้ำและขนมได้ 1 ชุด (ซึ่งผมขอแลกเป็นโค้ก 1 กระป๋องและน้ำเปล่า 1 ขวด)
หลังจากที่เข้าไปไหว้พระบรมสารีริกธาตุ และเดินชมรอบๆ องค์พระอยู่พักหนึ่ง (ซึ่งอากาศบนนั้นเย็นสบายกำลังดีเลยทีเดียว) พวกเราจึงเดินลงมา เพื่อเตรียมตัวไปทานข้าวเที่ยงใน Kaw Loon
ก่อนขึ้นกระเช้ากลับ ผมได้แวะห้องน้ำที่นั่นด้วย เป็นห้องน้ำที่สร้างแพงมากๆ หลักสิบล้าน (จำไม่ได้ว่าหน่วยบาท หรือ $hk) ถ้าใครได้ไป ก็ลองแวะสักครั้งนะครับ ฮ่าๆ
ตอนนั่งกระเช้าขากลับ และใกล้ๆกับสถานีกระเช้า พี่ชัยแนะนำให้เราถ่ายรุปเป็นที่ระลึกไว้ โดยบอกให้พวกเราไปยืนเรียงที่หน้ากระเช้า และแอ็คท่าให้ลิงถ่ายรูปสักครั้ง ซึ่งพวกเราก็ทำครับ! สนุกดี
เดินลงจากกระเช้าเสร็จ จะต้องผ่านห้องที่ขายของที่ระลึก โดยผมกับต่ายเลือกที่จะซื้อ package แบบส่งรูปภาพไปให้ทาง e-mail พร้อมกับทำ Magnet และพวงกุญแจอย่างละชิ้นไว้เป็นที่ระลึก ถ้าผมจำราคาไม่ผิด น่าจะประมาณ 160$hk ครับ
และรูปที่ได้ก็ออกมาเป็นเช่นนี้.. (ห้ามขำ!)
เราออกจาก Ngong Ping 360 ประมาณ 11.00 เพื่อนั่ง shuttle bus ไปกินข้าวเที่ยงที่ Tsin Sha Tsui ซึ่งอาหารที่ได้ทานก็เป็นอาหารจีนครับ มันๆ ผักๆ เลี่ยนหน่อยๆ และเค็มหลายจาน ซึ่งพี่ชัยบอกว่าคนฮ่องกงชอบกินเค็มครับ
ณ เวลานั้น เป็นวันจันทร์ครับ ผู้คนก็หลั่งไหลออกมาทำงาน และทานข้าวกันเยอะพอสมควร จึงได้มีโอกาสเสพบรรยากาศฮ่องกงในเวลาทำงาน และเดินเล่นไปเรื่อยๆ หาซื้อของประมาณ 1 ชั่วโมง
ด้วยเวลาที่กระชั้นชิด พี่ชัยจึงแนะนำว่าให้เรา check-in เครื่องบินที่สถานีรถไฟ Kaw Loon เลย เพราะเวลาไปถึงจะได้ไม่ต้องไปเดินหาและ check-in ที่สนามบิน มันจะวุ่นวายและเสียเวลา
โดยการ check-in ที่สถานีรถไฟนี้ ผมชอบมากๆ เลยครับ โดยเราทำการโหลดกระเป๋าและ check-in ได้ทันที โดยกระเป๋าเราจะเดินทางไปรอขึ้นเครื่องในเที่ยวที่เราจะบินเลย ส่วนตัวเราก็สามารถไปเที่ยวและตามไปที่หลังได้ แต่คงไม่ใช่โอกาสนี้แล้วครับ เพราะเราต้องตามไปพร้อมกับกระเป๋าเลย เวลามันเหลือน้อยเต็มทน ก่อนขึ้นเครื่อง
เส้นทางรถไฟใต้ดินที่ไปสู่สนามบิน (Airport Express) จะเป็นรถไฟที่มีความเร็วสูงกว่ารถไฟทั่วไปในฮ่องกง โดยจะแวะเพียงแค่ 3 สถานี คือ Hong Kong (บนเกาะฮ่องกง) จากนั้นจะข้ามทะเลมาจอดรับที่ Kaw Loo, Tsing Yi และไปสุดสายที่ Chek Lap Kok Airport
ซึ่งได้ข่าวว่า Airport Link ในกรุงเทพฯ ของเรา ก็จะเป็นเช่นนี้เหมือนกันรถความเร็วสูง ต้นทางสนามบินสุวรรณภูมิ ตรงดิ่งเข้า BTS พญาไท โดยแวะสถานีมักกะสัน และอะไรอีก 1-2 สถานีครับ
Airport Express ถ้าผมจำไม่ผิด จะใช้เวลาประมาณ 40 นาทีครับ จาก Kaw Loon เข้าไปถึง Chek Lap Kok Airport โดยพวกเรามีหน้าที่แค่ผ่านตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นเดินไปรอขึ้นเครื่องอย่างเดียวเท่านั้นเอง สะดวกมากๆ
อ้อ ลืมบอกไปครับว่า อย่าลืมแลกบัตร Octopus ก่อนนะครับ จะทำให้เราได้ค่ามัดจำบัตรคืนมาอีก 50$hk (200บาท) แต่ถ้าใครอยากเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็ไม่ต้องแลกครับ หรือถ้าคิดว่าจะกลับมาเที่ยวอีกก็สามารถนำกลับไปใช้ได้ครับ แต่ต้องตรวจสอบเวลานิดหนึ่งนะครับว่าหมดอายุเมื่อใด
ก่อนขึ้นเครื่อง เรามีเวลาเดินเล่นใน Duty Free ประมาณ 1 ชั่วโมง เจ้าต่ายไปเดินช้อป ส่วนผมนั่งเล่นเน็ตรอ (ในสนามบินมี wifi ฟรีครับ และผมลืมบอกไปว่าในฮ่องกงแทบทุกหนแห่งมักจะมี wifi ฟรีให้เล่นด้วย ซึ่งจัดให้โดยรัฐบาลฮ่องกงนั่นเอง) แล้วจึงออกเดินทางตอน 16.30 ครับ ถึงไทยอีกทีตอน 18.30 อย่างสวัสดิภาพ
เป็นไงบ้างครับ เท่าที่อ่านดูแล้ว ผมว่าฮ่องกงเป็นอะไรที่น่าไปเที่ยวมากๆ และจะสนุกยิ่งขึ้นถ้าเราไปช้อปปิ้ง เพราะคงจะได้จ่ายเงินกันเพลินเลยทีเดียว
และอย่างที่เห็นครับ ว่าการเดินทางไปไหนมาไหนในฮ่องกงไม่ได้ยากเย็นเลย ยิ่งถ้าเราเลือกที่พักในโซน Tsim Sha Tsui หรือย่านที่ติดกับรถไฟฟ้าใต้ดิน เราสามารถไปไหนก็ได้ทุกที่ และที่สำคัญควรพกบัตร Octopus เพื่อความสะดวก
และถ้าไปฮ่องกง โดยไม่ได้ไป Hong Kong DisneyLand กับไหว้พระใหญ่ป่อหลิง ว่ากันว่าคุณยังไปไม่ถึงฮ่องกงนะครับ อิอิ
สุดท้าย ความสนุกทั้งหมดนี้ ผม,ต่าย,คุณแม่น้องพลอยและน้องพลอย ต้องขอขอบคุณ KTC World สำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด และขอขอบคุณ ตระกูลเฉิน ที่จัดทริปและเตรียมไกด์ (พี่ชัย) ให้ ณ ที่นี้ด้วยคร้าบบบ.. :D
วันแรก Hong Kong and Disney Land 1
วันที่สอง Hong Kong and Disney Land 2
วันสุดท้าย Hong Kong and Disney Land 3







#1 By sickyป่วยไม่มีชิ้นดี on 2009-12-30 01:15