9 เมษา ไปงานบวชลูกเพื่อนแม่มา วัดแถวตลิ่งชัน ไม่เคยไปย่านนั้นเลย โบก taxi ไปกลับอย่างเดียว ขาไปตอน 6โมงเช้า 125 บาท ขากลับตอน 10โมงเช้า 155บาท ไม่รู้ว่าผมโดนชาร์ตเกินหรือเขาหลง แต่เหมือนเขาขับวนไปวนมา 
 
ผมว่า Taxi น่ามีแผนที่ กทม แปะในหรือนอกรถเลย แล้วมีสีระบายว่าโซนไหนถนัด ไม่ถนัด เช่น แดงความเสี่ยงสูงเหลืองพอเดาได้ เขียวชำนาญมาก คนนั่งแบบผมจะได้เลือกถูกคัน นั่งได้สบายใจ
 
ในงานบวช ผมไม่รู้จักใครนอกจากเพื่อนแม่ผม เป็นแก๊งสมัยเรียนมัธยม เรื่องที่คุยก็สรรพเพเหระ แต่ทำให้ผมรู้สึกว่ามันบรรยากาศคล้ายๆเวลาผมกับเพื่อนๆมีตติ้งกัน ต่างกันก็เรื่องคุยแบบว่า คนนั้นตายไปแล้ว คนนี้มีลูกสองคน คนโน้นลูกทำงานนั่นนี่ บลาบลาบลาๆ
 
แบบว่ากลุ่มแม่ผมพูดถึงเพื่อน 10 คน ก็ตายไปซะ 2 เทียบกับตอนผมไปอยู่กลุ่มคนสูงอายุที่รำไทเก็กด้วยกัน นั่นพูดถึงเพื่อน 10 คน แต่ตายไปซะ 7.. โอ้วเชร๊ด
 
บ่อยครั้งก็แอบคิดนะว่าอีกแค่ 10-20 ปีข้างหน้า ตัวเองจะต้องดำรงสถานะแบบกลุ่มเพื่อนแม่ผมแบบนี้ เรื่องที่คุยก็คงอารมณ์นี้แน่ทีเดียว
 
--------------------------------
 
พักนี้มีแต่คนชวนไปเที่ยวระดับหลายพันกิโลขึ้นทั้งนั้น ทั้ง สเปน อินเดีย มองโกล รัซเซีย ถามว่าอยากไปไหมก็อยากไปนะ แต่ท่าจะต้องวางแผนดีๆเลยทีเดียว ยกเว้นทริปสเปนที่ใช้เงินล้วนๆ
 
แต่ที่แน่ๆ กลางปีนี้จองตั๋วไปโฮจิมัน เวียดนามเรียบร้อย กลับมาก็คงได้เห็นรูปอ่านบล็อกกัน ;D
 
เวลาใครชวนเที่ยวไกลๆ มันทำให้ผมนึกถึงทริปในฝันทริปหนึ่ง ที่ก่อนตายจะต้องไปสักครั้ง นั่นคือการเดินทางข้ามทวีป
 
2 ปีก่อน มีน้องคนหนึ่งพูดแผนคล้ายๆกันนี้ จนผมมาเจอหนังสือที่เรด์แม็กโดนัลเดินทางไปอังกฤษ และก็มีคนไทยอีกคนถูกสัมภาษย์ใน aday ก็ได้ไปเส้นทางเดียวกัน จนถึงฝรั่งเศษ
 
เส้นทางที่ว่าคือการนั่งรถจากไทย ไปลาว ไปเวียดนาม ไปกวางเจา นั่งรถไฟไปปักกิ่ง แล้วไปจนถึงรถไฟสายทรานไซบีเรียของรัสเซีย แล้วนั่งยาวไปจนถึงมอสโก คราวนี้จะไปต่อเบรารุส รัสเวีย ยูเครน โปร์แลนด์ เดนมาร์ก ฝรั่งเศส อิตาลี อังกฤษ อะไรก็ไปได้หมดเลย
 
แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรคคือ ระยะเวลาเดินทางเที่ยวอย่างน้อยต้องมี 40-60 วัน, จำนวนเงินอาจจะ 1-2 แสน อรู้วววว แค่ข้อแรกก็ต้องลาออกงานก่อนเลยทีเดียว
 
 
--------------------------------
 
ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ผมค่อนข้างถูกฝึกให้คิดมากขึ้นและได้เรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการมากขึ้น รวมไปถึงคนอื่นๆในทีมก็ถูกเรียนรู้คล้ายๆกันเช่นกัน
 
มันมีวิธีการทำงานอยู่แบบหนึ่งที่ถูกใช้ตลอดเวลานั่นคือ Agile Process ซึ่งเป้าหมายของมันคร่าวๆคือการซอยงานออกเป็นชิ้นเล็กๆแล้วผลิตงานส่งออกมาเรื่อยๆ อย่างน้อยก็มีอะไรให้เห็นตั้งแต่แรก ไม่ใช่รอจนถึงเวลาส่งงานแล้วตูมเห็นทีเดียว ซึ่งมีโอกาสูงว่าจะทำงานผิดจากที่สั่ง
 
ซึ่งตัวอย่างที่ผมชอบมากนั่นคือ เรื่องเล่าของฟาโรองค์หนึ่ง ที่ต้องการสร้างพีระมิดใหญ่ที่สุดในโลก โดยเขาเริ่มเกลี่ยดิน วางฐานให้ใหญ่ที่สุดกว่าที่พีระมิดก่อนๆเคยมี แล้วก่ออิฐทีละชั้นขึ้นไปเรื่อยๆ เวลาผ่านไปหลายสิบปี พีระมิดนั้นสร้างเสร็จแค่ 10 ชั้น มันจึงเหลือเป็นแค่กองอิฐที่แบนราบฐานกว้างธรรมดา
 
แต่พอมาถึงฟาโรรุ่นลูก เขาคิดใหม่คือ เขาเริ่มสร้างจากพีระมิดที่สมบูรณ์เล็กๆ แล้วค่อยๆซ้อนชั้นไปเรื่อยๆๆ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปสั้นๆ พีระมิดก็ยังเป็นสามเหลี่ยมแต่อาจจะใหญ่ แต่เมื่อเขาอายุยืนมีเวลาสร้างมากขึ้น พีระมิดเขาจึงยิ่งใหญ่ที่สุด
 
 
 
จริงๆ มีอีกตัวอย่างที่ชอบคือการวาดภาพโมนาลิซ่า แต่ผมหารูปไม่เจอ ฮ่าๆ

Comment

Comment:

Tweet