Bad-Soc

tesco lotus in ตาคลี

posted on 27 Jun 2006 12:40 by ifew  in Bad-Soc

ได้อ่าน entry ของพี่ ตัวร้าย เรื่อง ห้างโลตัส ตีท้ายครัวนครสวรรค์
ก็เพิ่งจะรู้ว่า โลตัสจะไปเปิดในอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
จึงได้ไปดูแหล่งที่มาของของข่าวใน ผู้จัดการออนไลน์ (1,2)
เจอความเห็นหนึ่งว่า

"ก็ไหนแม้วเคยคุยว่าที่ไหนเลือกไทยรักแม้วที่นั่นก็ต้องได้ดิบได้ดีก่อนไง วันนี้เป็นไงครับ เคยได้ยินท่านผู้รู้หลายท่านพูดไว้ก่อนไทยรักแม้วมาครองเมืองว่า ถ้าไม่ฉิบหายมากก็ฉิบหายน้อย ตอนนี้คนตาคลี นครสวรรค์ตื่นหรือยังครับ และท่านรู้จัก เอฟทีเอ ดีหรือเปล่าครับ ท่านชาวนครสวรรค์ที่เป็นคนไทยเตรียมเปลี่ยนชื่อจังหวัดได้แล้ว อย่าลืมนะว่าเจ๊กก็เป็นเจ๊กวันยันค่ำ ฉวยโอกาสทุกรูปแบบตั้งแต่ต่ำไปหาสูงเริ่มจากขายเสื้อขายภาพอย่างที่เห็น ๆ อยู่นั่นแหละครับ อ.ต.ร.นะครับพี่น้องพวก จ.ป.ล."

และก็ได้ไปอ่านความคิดเห็นของตาโอ ใน TOSDN Community

จึงมีเรื่องที่ต้องมากรองความคิดและระบายกันสักหน่อย
######

เอาเกร็ดเล็กๆของเจ้าโลตัสมาฝาก

มันเป็น supermaket chain (ซุปเปอร์ฯ ที่มีร้านค้าหลายๆ ร้านรวมกัน) จากประเทศอังกฤษ ขายแม่งทุกอย่าง ซึ่งมันใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก รองจาก Wal-Mart ของ USA, Carrefour ของ ฝรั่งเศษ และ The Home Depot ของ USA (ที่มา)

ธุรกิจที่อยู่ในไทยทั้งหมดนะครับ มี 69 hypermaket!! และอื่นๆ อีก 150 ร้าน!! (ปี 2005/6) และไอ้ร้านพวกนี้ ขนเงินกลับประเทศอังกฤษในปี 2005/6 ~78966 ล้านบาท!!! (ที่มา)
(เทสโก้เอาไปอ้างว่า ทำให้สินค้าไทยส่งออกได้ปีละ 2พันล้าน แต่มันลืมบอกไปว่า เอาเงินออกนอกประเทศ 8หมื่นล้าน)

ไอ้บริษัทในไทยที่ช่วยกันลงทุนคือ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) (ที่มา)

คราวนี้เรื่องมีอยู่ว่า

จังหวัดนครสวรรค์ที่ผมอยู่ ไอ้เจ๊กที่เขาว่าอยู่เนี่ยประมาณ 1.1 ล้านคน
อำเภอตาคลีที่ว่าจะเปิด Lotus เนี่ย มีเพียงแค่ 8.2 หมื่นคน!!! (ที่มา)
ไอ้ปริมาณคนเท่านี้เทียบกับสัดส่วนของร้านโชว์ห่วย ผมว่าแทบจะไม่เพียงพอ
แล้วไอ้เจ้า Lotus ก็จะมาเปิดในเขตเทศบาลซะด้วย โชว์ห่วยไม่ตายให้มันรู้ไปสิ

(ในต่างประเทศจะมีกฏหมายว่า ให้ห้างพวกนี้ห่างจากเมืองกี่ กิโลเมตร และต้องตั้งในเมืองที่มีผู้คนจำนวนกี่แสน+ ก็ว่าไป ธุรกิจรายย่อยของมันถึงอยู่ได้ไง พวกอยากขายมันก็ต้องลดต้นทุนโดยการเดินทางไปหาของถูก พวกอยากซื้อมันก็อยากสะดวก ซื้อใกล้ๆไม่ไปห้างไกลๆ)

เพราะโดยลัษณะของจังหวัดนครสวรรค์จะมี 3 กลุ่มหลักๆ คือ 1. เกษตร 2.ค้าขาย 3.อุตสาหกรรม ส่วนธุรกิจบริการมีน้อย เพราะไม่ใช่จังหวัดท่องเที่ยวเหมือนเมืองอื่นๆ

วงจรมันเลยเป็นตามแผน
เกษตรกรทำงานมีเงิน -> ไปซื้อของร้านโชว์หว่ย -> โชว์ห่วยซื้อของในขายจากคนกลาง -> ห้าง -> ห้างซื้อจากโรงงาน -> โรงงานไปซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกร

คราวนี้เมื่อมีห้างต่างชาติใหญ่ๆ เข้าไปในอำเภอที่เล็กๆ ไม่สมสัดส่วน
จะแบ่งได้สองสาย
1. เกษตรกรทำงานมีเงิน -> ไปซื้อของจากห้าง -> ห้างซื้อจากโรงงาน -> โรงงานไปซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกร (หรืออาจจะนำเข้าสินค้าจากจังหวัดอื่นหรือต่างประเทศ)
2. โชว์ห่วยซื้อของในขายจากคนกลาง -> ห้าง -> ห้างซื้อจากโรงงาน -> โรงงานไปซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกร (หรืออาจจะนำเข้าสินค้าจากจังหวัดอื่นหรือต่างประเทศ) แต่โชว์ห่วยขายของไม่ได้

สรุป ทุกคนมุ่งเข้าสู่ห้าง เนื่องจาก หรูหรา มีแอร์เย็น บริการดี ราคาถูก การเดินทางสะดวก
อำเภอนี้ไม่ใช่ทางผ่านสำคัญนักมีคนหมุนเวียนน้อย ดังนั้นอำเภอนี้จะตายเพราะห้างใหญ่

ถามว่ามันต่างอะไรกับในเมืองนครสวรรค์ เพราะมีประชากรแค่ 1.4แสนคน

ต่างกันตรงที่ อำเภอเมืองเป็นทางผ่าน เป็นศูนย์กลาง คนจากจังหวัดรอบๆ ก็เข้ามาเยอะ (อันนี้คนนครสวรค์จะรู้ดีว่าเยอะจนน่ารำคาญ) แล้วห้างในเมืองมีหลายที่จริง แต่ด้วยระยะเวลาและการเดินทาง ทำให้การซื้อกระจายตัวออกไป ดังนั้นอำเภอเมืองจะตายก็เพราะพวก 7-11 ไม่ได้ตายเพราะห้างใหญ่

ในตัวอำเภอเมืองเอง จะมีห้างดังนี้
- ห้างท้องถิ่น แฟร์รี่แลนด์ (เมื่อก่อนคุยนักคุยหนาว่าห้างไทยแท้ แต่ตอนนี้ทะลึ่งไปเอา lotus maket ผสม จึงเงียบไปเลยนโยบายห้างไทย)
- ห้างท้องถิ่น วิถีเทพ เป็นไม้เบื่อไม้เมากับห้างด้านบน แต่ตอนหลังไปเปิดห้างใหม่ลงทุนกับ big-c เพื่อสู้ทาง แฟร์รี่แลนด์ ของที่ห้างนี้บางอย่างถูกมาก
- Big-C V-Square เป็นห้างที่ลงทุนร่วมกันระหว่าง วิถีเทพและ Big-C เปิดตรงจุดยุทธศาสตร์ 4 แยกใจกลางเมือง พอดี (ซึ่งเคยได้ยินข่าวลือมาว่าเซ็นทรัลจะลง แต่ลงไม่ได้ เพราะอะไรไม่ทราบ) ใครเคยผ่านนครสวรรค์เพื่อขึ้นเหนือล่องใต้จะต้องผ่านเจ้าห้างนี้แน่นอน
- Makro อันนี้ก็เหมือนทั่วๆไป แต่ไอ้เจ้านี่ไม่ยุ่งกับใครเพราะตั้งอยู่รอบนอก
- ธรุกิจท้องถิ่น สล.โฮลเซล์ ไม่ถึงกับเป็นห้างแต่ก็ขายของส่ง คนซื้อเยอะ ขาของถูกมากเช่นกัน
ฯลฯ

สรุปในเมืองจะมีห้างต่างชาติคือ Marko และ lotus maket

Makro : เท่าที่เห็นจะเป็นทะเบียนรถต่างจังหวัดและลักษณะผู้คนเหมือนจากต่างอำเภอ
ส่วนตัวผมแล้ว แทบไม่ได้เข้า เพระเดินทางลำบาก เสียเวลา ไม่มีอะไรน่าสนใจ

lotus maket : ยังไม่เคยสังเกตุ แต่ก็เห็นคนเดินประปรายไม่ต่างกับตอนที่ ห้างท้องถิ่นมันทำของมันเอง
ส่วนผม ปกติจะซื้อเนสวิสต้าปั่นหน้าห้างกิน ถ้าร้านนี้ไม่เปิด ก็จะซื้อน้ำเปล่าจากโลตัส ขนาด 600cc เพราะมันขาย 4.50 บาท (ถ้าน้ำกระป๋องห่วยๆก็ 2.75 บาท) ซึ่งถูกกว่าร้านไหนที่ผมเคยเจอ (ในห้างน้ำจะขาย 10 บาท แม้แต่ร้านน้ำปั่นที่ผมซื้อ ยี่ห้อเดียวกับโลตัส 600cc ผมต้องจ่ายถึง 7 บาท เพราะระยะห่างออกไปแค่ 200เมตร)

แม้แต่ Big-C ที่ว่าของไทย ไม่จำเป็นผมก็ไม่เคยซื้ออะไรในนั้น (ในส่วนของ super maket มัน)

สรุป entry นี้เลยว่า หากโลตัสเปิด ตาคลี เจ๊ง ไม่แน่ว่า พวกประท้วงคือโชว์ห่วย แต่ชาวบ้านเขาคิดว่าเจริญเขาก็อยกาได้ อันนี้ก็คงต้องไปตีกันเอง

โชว์ห่วยไหนดีๆ ผมก็ขอเชียร์ให้ชนะศึกครั้งนี้ ถึงไม่ชนะก็ขอให้มีลูกค้ามากขึ้นหรือเท่าเดิมละกัน

โชว์ห่วยไหนชอบเห็นลูกค้าเป็นขอทาน ทำหน้าเหมือนตูด ปากยิ่งกว่าไอ้เจ้ามานะที่บ้านผม และขายของแพงเกินราคา ก็ขอให้รู้ไว้ว่าทำตัวเอง ควรจะทำตัวดีๆ ได้แล้ว


ปล1. ไม่เข้าใจว่า ทำไมมันประจวบเหมาะเช่นนี้
- ผมติด E ก็โดนแกล้งไม่ให้แก้ E
- ผมจะเปิดกลุ่มเรียน ก็มีประกาศจากโปรแกรมออกมาว่า ไม่อนุญาติให้เปิด
- ผมจะเรียนเทอมหน้าก็ไม่มีสอน
- ผมจะทำโปรเจค E-learning เพื่อรีบๆจบ ก็เจือกจะมีประชุมกันวันนี้ว่าจะไม่อนุญาติให้ทำ E-learning (ผลอย่างไรจะมาเล่าอีกที)

ปล2. ขอระบายไอ้ความเห็นข้างต้นหน่อยนะ
ผมยอมรับว่านครสวรรค์มีแต่เจ๊ก แต่ไอ้ความฉวยโอกาสทุกรูปแบบ มันเป็นกันทุกคนแหละนะ ผมว่าสมัยรุ่นอาม่ารุ่นพ่อผม ส่วนใหญ่เจ๊กจะขยันทั้งนั้น ไม่เหมือนคนไทยที่ชอบมานั่งด่าคนเขาไปทั่ว วันๆไม่ทำห่าอะไรหรอก ขี้เกียจเป็นนิจ ตกเย็นก็แดกเหล้า หาเช้ากินค่ำยังไม่พอ ก็กู้หนี้ยิมสินเขา ไม่เคยคิดจะทำอะไรให้ชีวิตมันเจริญ แล้วปากก็บ่นว่าอยากรวย แล้วอย่างนี้มึงจะรวยไหมเนี่ย

ปล3. ใน ปล2 ผมเจาะจงเฉพาะไอ้คนนั้นนะครับ แล้วก็คนที่เป็นลักษณะเช่นนี้ ใครรู้ตัวก็แก้ไขซะ อย่าให้เด็กอย่างผมต้องว่าเลย ทำตัวให้พ้นจากคำว่าของเด็กๆ อย่างผมเถอะ

ก่อนจะไปเรื่องอัปมงคล
เช้านี้ตื่นไปทำบุญมาครับ เอาบุญมาฝาก
ทำให้ในหลวงด้วยครับ สาธุ ขอให้พระองค์มีอายุยืนนาน

เรื่องอัปมงคลที่ว่า เกิดเมื่อวันพฤหัส ที่ 8 มิถุนายน 2549

แต่ที่จริงเหตุของเรื่องเกิดตั้งแต่เทอมก่อนๆ
อาจารย์คนหนึ่งมันให้ผมติด E วิชามัน ทั้งๆที่ผม พอจะทำได้ (E ในที่นี้เทียบเท่า F )
(มันสอนแต่เรื่องเดิมๆ ทำไม่ได้ก็บ้าแล้ว)

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย ผมเลยไปขอยื่นขอแก้ E เนื่องจากเป็นเทอมสุดท้ายที่ต้องเรียน
(ที่จริงยื่นได้ตั้งแต่วันไหนไม่ทราบ รู้ตอนวันพุธ ผมก็เข้า กทม วันพฤหัสเลยไปยื่น
ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่เขารับเรื่องเช่นกัน ถ้าจะบอกว่าผมไม่ตามเรื่องก็ใช่ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนหนึ่ง ประชาสัมพันธ์ของไอ้ มหาลัยบ้านี่มันทำหน้าที่ห่วยแตก ทุกครั้งที่ผมและเพื่อนๆรู้ มักจะมาจากปากต่อปาก ไม่เคยได้ยินประกาศหรือติดตามบอร์ดสักเท่าไร)

ไอ้วิชานี้คือ สถา ปัต ย กรรม คอม พิว เตอร์
ไอ้อาจารย์คนสอนก็ กวน ตีน สุดๆ
(ต้องขอโทษครับ หากบางท่านจะด่าว่าผมไม่เคารพครูบาอาจารย์)
มันเป็นงี้ตั้งแต่รุ่นก่อนๆโน้นแล้ว ใครๆ ในเอก ก็รู้กันดี

การจะขอลงซ่อม ผมต้องทำเรื่องและขอลายเซ็นอนุญาติจากมัน
ซึ่งวันนั้นผมไปกับเพื่อนอีก 3 คน

แต่งตัวกันเรียบร้อย แล้วค่อยๆคลานเข้าไปยื่นใบคำร้อง
มันก็นั่งอ่านดูใบคำร้องอยู่สักพักใหญ่ๆ

"ทำไมคุณต้องไปเรียนภาคบ่าย"

"ก็ภาคเช้าตรงกับเวลาที่ผมเรียนปัจจุบันหมดเลยครับ"

"เด็กภาคบ่ายเขาดีอยู่แล้ว ผมไม่อยากให้คุณไปเรียน"
"พวกคุณไป คุณก็จะพาไอ้พวกนั้นไม่ดีตามคุณ คุณเข้าใจไหม ผมไม่ให้คุณเรียน"
"ถ้าคุณอยากเรียน คุณไปหาเวลาของภาคปกติมา"

"มันไม่มีคาบว่างเลยอ่ะครับ"

"ไม่รู้หละ ผมไม่ให้คุณเรียน คนแบบพวกคุณจะทำให้ภาคบ่ายเขาเสีย"
หันหน้าไปที่เพื่อนผม "คุณอ่ะ พอเลิอกเรียนก็เอาเสื้อออกนอกกางเกง"
หันหน้ามาที่ผม "คุณอ่ะ อยากเป็นดารานักหรือไง ไว้หนวดไว้เครา ถ้าอยากเป็นก็ไปเป็นเลย เขายังรับอยู่มั้ง"
"พวกคุณคิดว่าไม่มีใครทำอะไรพวกคุณได้ใช่ไหม คิดว่าพวกคุณทำแบบนี้มันไม่มีผลกับคุณใช่ไม๊"
"ตอนที่พวกคุณนั่งเรียน นั่นคุณลงทะเบียนมาแล้ว ผมทำอะไรไม่ได้"
"ตอนนี้ผมมีสิทธิแล้วนี่"
"ผมไม่ให้คุณเรียน"
"ถ้าคุณอยากเรียน ก็ไปขอให้อธิการเซ็นรับรองมาว่า แต่งตัวไม่เรียนร้อยกับไว้หนวดไว้เคราเข้าห้องเรียนได้ ผมก็จะให้คุณเรียน ดีไหม"

"แล้วถ้าพวกผมแต่งกายเรียบร้อย แล้วผมโกนหนวดตลอดเทอมล่ะครับ"

"คุณไม่ต้องพูดหรอก ผมไม่อยากให้คุณเรียน เข้าใจไหม"

ไม่ตรงทุกคำพูดนะครับ แต่เป็นประมาณนี้ แรงกว่านี้

สรุปง่ายๆ
กรู ไม่ได้เรียน เพราะ กรูมีหนวด!...
เพื่อนกรู ไม่ได้เรียน เพราะ แต่งกายนอกห้องเรียนไม่เรียบร้อย!...
เพื่อนผู้หญิงอีก 2 คน ไม่ได้เรียน เพราะ ใส่เหตุผลขอเข้าเรียนไม่ดี!...

ผมกับเพื่อนอีกคนเรียนไปปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษา
เขาเสนอให้ 2 ทาง คือ

1. เสี่ยงไปขออธิการ เพราะเรื่องแค่นี้เขาให้แน่ แต่ความคิดผมกับที่ปรึกษาตรงกันคือ ถึงได้เรียน มันก็ให้ E อีกรอบ และนั่งเรียนไม่เป็นสุข เสียเวลา เพราะนิสัยอย่างมัน จะต้องคิดว่าพวกผมไปท้าทาย แล้วมันจะต้องไม่ปล่อยไว้ เหมือนที่มันทำในคราวนี้ (เพราะเคยมีคนโดนแบบนี้มาแล้ว)

2. ให้ตั้งกลุ่มพิเศษขออาจารย์มาสอน ในเทอมหน้า หรือ summer หน้า
2.1 ซึ่งเทอมหน้า ผมต้องฝึกงาน ผมจะต้องลงเรียนเสาร์อาทิตย์ โดยเทียวรถไปกลับ กรุงเทพ - นครสวรรค์ ทุกอาทิตย์จนกว่าจะเรียนจบ หรือฝึกงานเสร็จ (ที่ปรึกษาห่วงว่า ถ้าผมเป็นไรระหว่างทางจะไม่มีคนรับผิดชอบ ไม่คุ้มค่า ทั้งชีวิตและเงินที่เสียไป)
2.2 เรียน summer หน้า จะทำให้ผมจบช้ากว่าคนอื่น รวมไปถึง หากมีการได้ทำงานต่อหลังฝึกงาน ผมจะพลาดโอกาสนี้ไป

ที่จริงผมไม่สนใจหรอกนะว่าเรียนจบช้าหรือเปล่า เพราะผมคิดว่าจบแล้วจะ freelance สักพักใหญ่ๆ แล้วทำอะไรในสิ่งที่อยากทำ เที่ยวในที่ที่อยากเที่ยว

แต่แทนที่ผมจะพ้นๆจากไอ้มหาลัยบ้าบอห่วยแตก อาจารย์กวนส้นตีน และปลดปล่อยภาระอันปัญญาอ่อน เร็วๆ กลับต้องมาชักช้า เพราะไอ้เหี้ยนี่คนเดียว

กรูไม่เคยยุ่งกับเมิง เมิงจะมายุ่งกับกรูทำไมเนี่ย
ไม่เคยกวนตีนอะไรเมิง แล้วเมิงจะมากวนตีนกรูทำไมกัน

กรูไม่เคยเคารพมึงเป็นอาจารย์เลย กรูก็รู้ว่ามึงก็ไม่เคยเห็นกรูเป็นลูกศิษย์เลย
งั้นก็จบกันเท่านี้ กรูไม่ยุ่งกับเมิงเมิงก็อย่ามายุ่งกับกรูเท่านั้น

ที่ปรึกษากรูก็บอกให้ฟ้องศาล เพราะในระเบียบการ อาจารย์ไม่มีสิทธิปฏิเสธการขอเรียนของนักเรียน แต่กรูเห็นมึงแก่หัวหงอก จะเกษียณอีก 3-4 เดือน กรูไม่ฟ้องมึงหรอก

หวังว่าพอถึงเวลา มึงจะตายตาหลับนะ อยากรู้ว่าจะมีลูกศิษย์ไปงานศพมึงสักเท่าไรกัน

คนน คร ส วร ร ค์ ใครมีลูกมีหลาน
ไม่ต้องส่งมาเรียน รา ช ภั ฎ น ค ร ส ว รร ค์
เรียนที่นี่ เรียน มสธ., ราม ดีกว่าเยอะ
สนับสนุน ม หิ ดล นค รส วร รค์ ให้เติบโตเร็วๆ รา ด พั ด แม่งจะได้ตายเร็วๆ
ร า ช ภั ฎ ของในหลวง ไม่สมควรจะมีอาจารย์สิ้นคิดแบบนี้
ข้าราชการในพระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่หัว ไม่สมควรทำตัวแบบนี้
อาจารย์ไม่สมควรทำตัวให้ลูกศิษย์มาด่าแบบนี้


กรูโกนหัว เพราะ กรูจะให้รู้ว่า กรูไม่ได้อยากเป็นดารา กรูไว้หนวดเพราะกรูไม่อยากโกน หนวดมันแข็ง มันคัน กรูใช้กรรไกรเล็มเอา กรูคนขนดก หนวด 2 วันก็ยาวแล้ว และกรูก็ขี้เกียจจะตัด กรูไม่ได้พวกส่องกระจกบ่อยๆ ไม่ใช่พวกสำอาง เว้ย

กรูโกนหัวประท้วงมึง และมาว่าในวงแคบๆ ไม่มี keyword ให้ search ค้นหา
ไม่ลงชื่อมึง กรู สันติอหิงสา มากแล้ว อย่าให้กรูต้องทำเรื่องราวใหญ่โตไปกว่านี้เลย

หน้าก็หน้ากรู หัวก็หัวกรู ระเบียบข้อไหน บอกห้ามกรูโกนหัวมั่งให้มันรู้ไปดิ

ปล. ใครมาอ่าน ห้ามเอาไปเผยแพร่ต่อนะครับ สงสารคนแก่มัน ขอมีไว้ที่นี่ที่เดียว และอ่านแค่คนที่รู้จักผมก็พอ