Notice

ไปเห็นมาครับ ชอบๆ เข้าใจง่ายดี และเป็นเรื่องที่ไม่ต้องฝืนใจทำมากนัก

  1. Pay yourself First – ได้เงินมาแล้วก็จ่ายสิ่งที่จำเป็น หรือหนี้ที่จำเป็นต้องจ่ายในทุกเดือนก่อน  เช่น ค่าบ้าน ค่ารถ ค่าซักผ้า หนี้บัตรเครดิต
  2. Set Financial Goals – ตั้งเป้า รายรับ รายจ่าย ทั้งระยะสั้นและยาว เช่น ค่ากินแต่ละวันไม่ควรเกินเท่าไร ผ่อนบ้านควรจะหมดในกี่ปี
  3. Save your spare change – กลับไปเป็นเด็กหยอดกระปุกเก็บเงินไว้บ้าง เต็มแล้วก็ฝากบัญชี เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน
  4. Leave the credit card at home – พยายามหยุดหรือลดการใช้บัตรเครดิตโดยไม่จำเป็น
  5. Turn off the lights when you leave the house – ปิดไฟทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน (หรือที่ไหนๆก็ตาม เช่น ออฟฟิต ห้องน้ำสาธารณะ บลาๆๆ)
  6. Double your recipe so you’ll have leftovers – หัดทำอาหารสูตรใหม่ๆจากวัตถุดิบที่ยังมี(หรือยังเหลือ) ภายในบ้าน
  7. Pack your lunch – พกอาหารกลางวันไปกินข้างนอกบ้าน! บางทีกินบนออฟฟิต เมื่ออิ่มแล้ว ขี้เกียจเดินไปที่อื่น ก็ประหยัดค่าซื้อขนมได้ด้วยนะ
  8. Skip the bottled water – พยายามลดหรือเลิกซื้อน้ำขวดดื่ม แล้วหันไปใช้ขวดแก้วหรือขวดพลาสติก reuse กรอกน้ำดื่มแทน (อาจกรอกมาจากบ้าน หรือในออฟฟิต ถ้าคิดว่าสะอาดพอ)
  9. Cancel your cable package – ยกเลิกเคเบิ้ลทีวีไปเลย ถ้าคิดว่าดูไม่คุ้ม หรือไม่กี่ครั้ง
  10. Ditch the delivery – ใช้บริการอาหาร Delivery บ้าง เพราะการทำอาหารในครัว อาจมีรายจ่ายที่สูงกว่า ทั้งวัตถุดิบ ค่าน้ำ ค่าไฟ ในการแช่ อบ ทอด ต่างๆ
  11. Clip coupons – มีคูปองอะไรก็หยิบๆออกมาใช้บ้าง ไม่ใช่รับแล้วเก็บไว้เฉยๆ บางทีก็ประหยัดเงินได้เยอะอยู่เหมือนกันนะ
  12. Evaluate your cell phone plan – สังเกตุการใช้งานมือถือตัวเอง แล้วสมัคร package เท่าที่จำเป็น
  13. Car pool to work – ไปทำงาน หรือไปไหนมาไหน ถ้าเป็นไปได้ ก็ไปด้วยกัน คันเดียวกัน กรณีนี้ผมมองว่า รถสาธารณะก็รวมไปด้วยนะครับ

pyramid-healthcare-pa-infographic-01

ถือเป็นการทำการตลาดแบบนิช มาร์เก็ต (Niche Market) มากๆ เจาะกลุ่มตรงเป้าหมายเลยว่าเป็น เกย์-เลสเบียน ชาวอเมริกา ระดับไฮเอนด์ ซึ่งผมมองว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์ระดับหนึ่งที่กล้าจะเล่นของ ททท. (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) เลยทีเดียว เพราะแม้จะบอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศอิสระ ทำอะไรก็ได้ (Thailand be free) แต่ก็ค่อนข้างสวนกระแสกับวัฒนธรรมทางเพศของไทยอยู่เหมือนกัน

ทาง ททท. เขาวิจัยแล้วพบว่า ตลาดเกย์-เลสเบียน มีจำนวนประชากรรวม 15 ล้านคน หรือคิดเป็น 6-7% ของประชากรอเมริกาทั้งหมด และส่วนใหญ่ก็มีรายได้สูงด้วย โดยคนเหล่านี้จะเดินทางท่องเที่ยวเฉลี่ยปีละ 10 ครั้ง และ กรุงเทพฯ ก็เป็นเป้าหมายการเดินทางอันดันหนึ่งที่คนกลุ่มนี้ต้องการมา ด้วยเหตุผลที่ว่า ประเทศไทยมีความเป็นมิตร

“ไทยเป็นเมืองพุทธ พร้อมต้อนรับทุกคนที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน ซึ่งในสายตานักท่องเที่ยวเกย์ หรือ เลสเบียน เขามองว่ากรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับเขา” นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา

ตอนนี้ปล่อยคลิปสปอตโฆษณา มาแล้วด้วย