ในโลกที่แสนเงียบงันและอ้างว้าง
ผมยังทำอะไรเหมือนเดิมในทุกๆวัน
ผมปฏิเสธหัวชนฝากับคนที่บอกว่า การมีอะไรทำแล้วจะไม่เหงา
เพราะมันมันไม่เสมอไปน่ะสิ...
การทำสิ่งเดิมๆในทุกๆวัน
ดูเหมือนจะเพิ่มความเหงาให้มากขึ้นเสียด้วยซ้ำ
ห้องสี่เหลี่ยมกลางเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงไฟ
ผู้คนมากมายคงกำลังทำอะไรเดิมๆ เหมือนที่ผมทำ
ใครหลายคนกำลังพร่ำบ่นอยู่ในโลก Social Network
เขาเพียงหวังเพื่อให้ใครอีกหลายคนอยู่เป็นเพื่อนคุยจนเคลิ้มหลับไป
ผมเลือกที่จะเขียนบันทึกสั้นๆ ของความคิด ณ ตอนนี้
เพียงเพื่อตัวเองกลับมาอ่านในอนาคตอีกหลายๆครั้ง
ผมไม่รู้ว่าในอนาคตผมจะเหงาน้อยลงกว่าเดิมหรือเปล่า
แต่ที่เขียนผ่านมาหลายปีว่าผมจะไม่เหงา มันมักไม่เป็นจริงเท่าไร
แม้บันทึกจะดูเศร้า
แต่ผมก็อมยิ้มเสมอเวลากลับมาอ่านอีกครั้ง
"เอ๊ะ ตอนนั้นผมคิดอะไรอยู่"
มันเป็นคำถามบ่อยครั้งที่ร่วงใส่หัวผมราวกับเม็ดฝน
ก็เพราะความที่นึกไม่ออกนี่แหละ ทำให้ผมต้องเขิลกับวลีพร่ำเพ้อของตัวเอง
นึกได้อีกก็ยิ่งเขิลไปกันใหญ่
ผมยังเขียนบล็อกเที่ยวแชงกรีล่าไม่จบสักที
ดองไว้อีกสักปีสองปีคงไม่เชยไปกว่านี้
ว่าแล้วก็หนีไปนอนดีกว่า
ถ้าไม่มีความเหงา แล้วจะมีเรื่องเขียนไหม
โอ ขอให้ความเหงาจงเจริญ
ฝันดี ราตรีสวาทครับ