book

วันนี้ตื่นแต่เที่ยงไปงาน com world mี่ siam paragon
พริตตี้สวยๆ เยอะมากกกกก จนรู้สึกเสียดายว่าไม่เอากล้องไป
แต่ช่างเถอะ เซ็กส์เสื่อมไปแระ มองแว๊บๆ แล้วก็เดินต่อ ฮาาา..

เดินได้อยู่สักพัก ก็ไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติต่อ
กะว่าจะปหาข้าวกินที่นั่น เพราะที่พารากอนแพง
พอไปถึง ราคาไม่ได้ต่างกันแค่ 10-20 บาทเอง T-T
ข้าวหมูแดง 45 (กลิ่นแรงแลหวานเหมือนใ่ส่กัญชา) + โค้ก 25 T-T

ด้วยความเป็นวันหยุด คนเลยเยอะมากกกกกกก
ไล่ดูตั้งแต่ชั้นใต้กิน จนเข้าไปถึง planary hall และก็ plaza

ได้หนังสือตามที่ต้องการมาเกือบครบ

 

1. The World Is Flat 3.0: A Brief History of the Twenty-first Century
เขียนโดย Thomas L. Friedman

จริงๆ เล่มนี้ ผมเคยคิดจะซื้อตั้งแต่ออกเล่ม 1 แต่ว่าก็พลาดมาเรื่อยๆ แล้วมันก็ออก 2 กับ 3 จนจบ
แต่ก็รู้สึกดีที่ไม่ได้ซื้อก่อน เพราะมันเอามารวมเล่ม และเพิ่มเนื้อหา ตีพิมพ์ซ้ำอีกครั้งเป็นปกแข็ง

จริงๆ ผมมองว่าเล่มนี้คล้ายๆกับ The Third Wave ที่พูดถึงการพัฒนาการของสังคมและธุรกิจ
ที่ในอดีตเป็นอย่างไรและพัฒนามาเรื่อยๆ โดยแบ่งเป็นคลื่ลูกที่ 1-3 และเล่ม The World is Flat
ก็เหมือนจะมาเจาะลึกเฉพาะคลื่นลูกที่ 3 โดยเฉพาะ ว่าสังคมตอนนี้เป็นอย่างไร โลกแคบลง การเชื่อมต่อถึงกันรวดเร็วขึ้น ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ นานา ก่อให้เกิดผลอย่างไรกับชีวิตเราบ้าง

ผมคิดว่าจริงๆ ผู้เขียนได้อ้างอิงจากในสังคมอเมริกา แต่ผมเชื่อว่าไม่นานนักไทยก็จะเป็นคล้ายๆกัน ดังนั้นใครอยากรู้วิถีชีวิตตัวเองในอนาคต ผมว่าเล่มนี้พอจะชี้ทางให้ไ้ดครับ

ราคาปก 550, ซื้อ 440   

2. รุกสยามในนามของพระเจ้า
เขียนโดย มอร์กาน สปอร์แตซ ชาวฝรั่งเศส, แปลโดย รศ. ดร.กรรณิกา จรรย์แสง

เล่มนี้ผมเห็นมาประมาณ 2 ปีก่อน ตอนที่หนังสือเพิ่งเปิดตัวครั้งแรกสัปดาห์หนังสือปีนั้น
แต่ผมก็ไม่ได้ซื้อ เพราะมีอีกหลายเล่มต้องซื้อ แต่ก็สนใจมันมาตั้งแต่ตอนนั้น
และปีต่อมา มติชนก็ได้ออกหนังสือนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ เรื่อง 1421 ที่พูดถึงนายพลเจิ้งเหอของจีน ร่องเรือไปพบทวีปอเมริกาก่อนโคลัมบัส ซึ่งผมได้ซื้อมาและอ่านไปได้นิดหนึ่ง ก็รู้สึกว่าอยากได้ รุกสยามขึ้นมาซะงั้น

เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่พูดถึงสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ที่ได้ส่งคณะราชทูต มาเจริญสัมพันธไมตรีกับราชอาณาจักรสยามในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นการเข้ามาหาผลประโยชน์เพื่อยึดประเทศสยาม รวมไปถึงเผยแพร่ศาสนา ดังนั้นในเล่มนี้จึงพูดถึงการใช้เล่ห์กล ชิงไหวชิงพริบ ประชันกันอย่างถึงพริกถึงขิง!

ราคาปก 380, ซื้อ 304  

3. ปีกแดง
เขียนโดย วินทร์ เลียววาริณ

เล่มนี้เพิ่งจะค้นพบในร้านหนังสือเมื่อสัปดาห์ก่อน เลยสนใจมากที่จะอยากอ่าน

เป็นนิยายที่เขียนขึ้นให้แสดงภาพลึกของระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นเล่มที่น่าอ่านต่อจาก ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน (เล่มนี้เพื่อนผมซื้อมา และผมก็ยังไม่เคยอ่านหรอกนะ)

ราคาปก 280, ซื้อ 240 

4. อยู่กับปัจจุบัน
เขียนโดย เปลว สีเงิน

จริงๆ เปลว สีเงิน ผมรู้จักว่าเขาคอลัมนิสเขียนเกี่ยวกับเรื่องการเมือง แต่หนังสือเล่มนี้ก็เป็นการรวบรวมบทความที่ เปลว สีเงิน เขียน และแทรกเกี่ยวกับเรื่องธรรมะ เข้าไปด้วย ผมว่ามันเข้าท่าดีนะ ถ้าเราการเขียนของ เปลว สีเงิน และได้อ่านธรรมไปในตัว

ขอให้สะดุดเถอะ เพราะ “สะดุด” สิ่งเดียวเท่านั้น จะทำให้ “หยุดคิด” - เปลวสีเงิน

ราคาปก 150, ซื้อ 120

5. ผมจะเป็นคนดี : ก่อร่างสร้างธุรกิจ
เขียนโดย วิกรม กรมดิษฐ์

เล่มนี้เป็นการหยิบๆ จับๆขึ้นมาดู ด้วยความชอบส่วนตัว ในแนวทางการก่อร่างสร้างตัวและแนวคิดของคุณวิกรม
บังเอิญ คุณ วิกรม กรมดิษฐ์ นั่งแจกลายเซ็นอยู่ ก็ไม่คิดอะไรมาก ควักไป 100 แล้วเอาไปให้เขาเซ็นทันที ฮา..

ราคาปก 100, ซื้อ 100 + รายเซ็น ที่บูธ เดอะเนชั่น (BookSmile ขายในงาน 85)

doggy doggy 2

posted on 29 Apr 2008 11:08 by ifew  in book

ได้มาแว้วว doggy doggy 2

แพ็ค มาอย่างดี

พร้อมคำทักทายเล็กๆ น่ารักๆ

หน้าปก สไตล์เดิม หน้าน้องหมาหลากหลายอารมณ์ ที่เป็นพระเอกในเล่ม
เล่มใหม่ หนากว่าเดิม 2 เท่าหน่อยๆ อัดแน่นด้วยการ์ตูนน่ารัก ฮาๆเหมียนนนเดิม

พร้อม postcard น่ารักๆ สอง แบบ
"ฉันชอบตัวเองเวลาที่ได้อยู่กับเธอ"

"เราเชื่อใจ ไม่คล้องเชือก"

แถมด้วย ของขวัญพิเศษ โพสการ์ด loveberry book พร้อมกระดาษ note

 

ปล. เห็นท้ายเล่มบอกว่า มี postcard 3 แบบใช่ป่ะครับ

อยากได้ postcard น้องหมาโหดจังเยย ฮ่าๆๆ

 

ปิดท้ายด้วย 3 doggy ที่ผมไปเจอมา

ตัวแรก จำชื่อไม่ได้ อยู่ที่บ้านยายท่านหนึ่งนครสวรรค์ น่ารัก ขี้เล่นสุดๆ

 

ตัวที่สอง อยู่ในร้าน daiso น่ารัก ดีๆ แต่ไม่ได้ซื้อ T-T

ตัวสุดท้าย ลูกหมาน้อย น่ารักโครตต~~ ร้านอาหารครัวตาน้อย สวนรถไฟ