review

Iphone4 บนมือข้าพเจ้า

posted on 14 Oct 2010 22:18 by ifew  in review

เกริ่นก่อนนะครับว่า ส่วนตัวแล้วผมเคยมีประสบการณ์กับบริษัท Apple ครั้งแรกคือ Ipod mini เมื่อสัก 5 ปีมาแล้ว สมัยที่ไม่มี Iphone และ Ipod เองก็ยังไม่แพร่หลาย โดยเฉพาะที่นครสวรค์ ดังนั้นการจะไป copy เพลงชาวบ้านเขาฟังผ่าน iTunes เป็นเรื่องยากมาก เพราะไม่มีใครเขาลงกัน แถม iTunes สมัยนั้นพอ Import ไฟล์เพลงเข้าเครื่องแล้วก็ดันอ่านภาษาไทยไม่ออกอีก และนั่นเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ผมใช้ผลิตภัณของ Apple

อาทิตย์ก่อน พี่สาวซื้อ Apple Iphone 4 32GB มาแล้วลง App ไม่เป็น เลยคาดหวังว่าน้องฟิวส์ที่เป็นโปรแกรมเมอร์มันจะรู้ไปซะทุกเรื่อง เลยลงทุนนั่งรถไฟฟ้าเอามาทิ้งไว้ให้เราลง App ให้และลองใช้งานดู


มันอยู่บนมือฉันแล้วว

มีพี่ๆ น้องๆ ที่ออฟฟิตที่ใช้พวก Apple บอกว่าได้ว่าผมต้องโหลด iTunes ก่อน อ่ะ โหลดๆๆ โหลดมามันเป็น version 10 แล้ว หวือหวามากด้วยขนาดไฟล์ เกือบจะ 100MB (ต่างจากเมื่อก่อนที่ผมเคยโหลดอยู่ 30MB เองมั้ง)

โหลดเสร็จ ติดตั้ง เปิดโปรแกรม พอเสียบ USB เข้าไป มันฟ้องว่าพบ Device Iphone หมายความว่าตอนนี้ Iphone เราได้ Sync กับ iTunes เรียบร้อย แล้วมันบังคับให้ลงทะเบียนเครื่อง (คิดว่าลงทะเบียนเมื่อใช้งานครั้งแรก เพราะเสียบครั้งต่อๆไปในเครื่องอื่นก็ไม่มีขึ้นแล้ว)

เพิ่งรู้เมื่อตอนลงทะเบียนนี่เองครับว่า คนจะใช้ Iphone ได้ เขาต้องมีบัตรเครดิต เพราะสมาชิกของ Apple มันจะผูกเลขบัตรเอาไว้กับ Account เราไว้ด้วย โอ้วเชร๊ดดด ไม่รวย ไม่มีบัตร ใช้ไม่ได้นะเนี่ย

หลังจากลงทะเบียนอะไรเสร็จเรียบร้อย ก็มานั่งลง App ให้ครับ

ส่วนตัวผมเป็นคนใช้มือถือ Windows Mobile มานาน และมีช่วง 1 ปีให้หลังก็เปลี่ยนมาใช้ Android การลง App ของ Apple มันทำให้ผมพบว่า App มันเยอะมากๆ โดยเฉพาะพวกบันเทิงทั้งหลาย เช่น เกมส์ ที่มีเพรียบ รวมไปถึง App ของไทยต่างๆ หนังสือพิมพ์ ดูจราจร ดูหุ้น ดูทองคำ พจนานุกรม ก็เยอะ

เท่าที่ผมเลือกลง App ใช้งานและเกมส์เล็กๆน้อยๆ ให้พี่สาวไป เลือกเป็นตัว Free ทั้งหมด ก็ครบทุกความต้องการของเขา แล้วรู้สึกว่าลงผ่าน iTunes สะดวกกว่าลงผ่านมือถือ แต่ข้อเสียคือ เมือ่มันผูกบัตรเครดิตไว้ เวลาทิ้งไว้นานๆ มันจะต้องคอยมากรอกรหัสผ่านบ่อยๆ แถมรหัสผ่านเวลาตั้งค่า มันก็มีกฏเพื่อบังคับให้เราตั้งยากๆเสียด้วย ก็ลำบากนิดหน่อย เพราะ Android ของผม อยากได้อะไรก็เข้า Market โหลด เมื่อไรก็ได้ตลอดเวลา

ลง App เสร็จ ก็ได้ลองเล่นจริงๆจังๆสักที มันก็เร็วดีนะ แต่ไม่รู้ว่าเร็วกว่า Iphne 3G หรือ 3Gs มากน้อยแค่ไหน เพราะไม่เคยเล่น ลากแล้วไม่ติดขัด ลื่นไหลไปตามนิ้ว เรื่องการใช้งานภาษาไทย ภาษาต่างๆ ใช้ได้ดี ใน App และเว็บ


เปิดเว็บไทยและเทศได้สมบูรณ์ดีครับ

App ที่ทำออกมาให้ใช้ก็ทำออกมาดีครับ รู้สึกว่าหลายๆอย่างจะมีการใช้งานคล้ายๆกัน เลยเดาว่า Library พื้นฐานของ Iphone OS มันออกแบบมาแบบนั้น เช่นการ refresh ก็ใช้วิธีลากลงมากหน่อยแล้วปล่อยขึ้น หรือการวางปุ่มเดินหน้า ถอยหลังก็อยู่มุมซ้ายขวา คือ พูดง่ายๆ มันมาเป็น Pattern เดียวกัน ไม่ต้องนั่งเดาว่าจะใช้อะไรอย่างไร

จะมีงงๆ หน่อย ก็เวลาตั้งค่า App ต่างๆ บางตัวก็อยู่ใน App เองเลย แต่บางตัวก็ไปหลบอยู่ในเมนู Settings ของ Iphone เอง หรือแม้แต่บางตัวหลังจากเปิดโปรแกรมใช้งานและกรอกรหัสผ่านในครั้งแรกแล้ว ทุกวันนี้ผมยังหาไม่เจอเลยว่าถ้าจะเปลี่ยนรหัสผ่าน ต้องไปเปลี่ยนที่ไหน?!?!

เกร็ดความโง่เอ้ยความรู้อีกเรื่องครับที่ผมเพิ่งเจอเกี่ยวกับการ Sync App บน iTunes เห็นเขาว่าเป็นประสบการณ์ที่มือใหม่ต้องเจอ คือ เวลาเราไปเสียบ USB กับเครื่องอื่นที่ไม่ใช่เครื่องเดิมที่เคย Sync App ไว้ อย่าง Notebook ที่บ้านผม, แม่งมันหายหมดเลยครับ อะไรที่เคยลงไว้จากเครื่องที่ออฟฟิต หายเกลี้ยง เพราะมันยึดเอา iTunes ที่เราต่ออยู่ ณ ตอนนั้นเป็นฐานการใช้งาน ดังนั้นเมื่อ Notebook ผมเพิ่งลง iTunes ใหม่ๆสดๆ มันก็ทำตัวฉลาดลบทุก App ทุกอย่างใน Iphone ให้ว่างเหมือนของใหม่ไปด้วย ทำผมหงุดหงิด ขึ้นเตียงไปนอนซะเดี๋ยวนั้นเลย

อ่ะ มาเรื่องคุณภาพของภาพ ผมให้รุ่นน้องที่ออฟฟิตเอาหนัง HD มาลองเปิดเทียบกันระหว่าง iphone4 และ htc desire android ซึ่งผลที่ได้ผมว่าโอเคเลยหละ ดูไม่ต่าง แต่ถ้าเอามาเทียบกัน ความคมเท่ากัน แต่ดูเหมือนว่าสีของ htc desire android จะสดกว่า

ถามว่าเป็นข้อเสียไหม มันแล้วแต่คนชอบ มันคล้ายๆกับการเทียบกล้อง DSLR ครับ ซึ่ง Nikon จะสีสดภาพคม แต่ Canon จะนุ่มนวลทั้งภาพและสี ซึ่งบางคนก็ชอบ Nikon บางคนก็ชอบ Canon แต่ส่วนตัวผมชอบสีสดๆ ภาพคมชัดมากกว่า เวลาเอามาปรับให้ด้อยลง มันควบคุมได้ดีกว่า


ให้ลองทายว่าตัวไหน iphone4 กับ htc desire

เรื่องเสียงเพลง เนื่องจากผมไม่อยากแกะหูฟังมาใช้ฟังเพลงและไม่เคยมีใครโทรเข้ามาเลย จึงได้ยินเสียงจากในหนังที่ทดสอบเท่านั้น และคนหูธรรมดาไม่ได้มีหูชั้นเทพแบบผมฟังแล้วก็แยกไม่ออกว่าดีกว่าตัวอื่นอย่างไร ซึ่งมันก็เสียงดี โอเคเหมือนกันหมด ฮ่าๆ ข้อนี้ให้ความเห็นไม่ได้จริงๆ

เรื่องต่อมา เรื่องของกล้องถ่ายภาพ ซึ่งมีความละเอียด 5 ล้าน pixel ไม่ค่อยแตกต่างจากมือถือตามท้องตลาดเท่าไร แต่เวลาถ่ายออกมา ผมรู้สึกว่าภาพมันชัดสวยดีจริงๆ ไม่แน่ใจว่าเพราะกล้องสวยหรือเพราะจอของมันแสดงผลออกมาได้สวย เห็นใน spec มันบอกว่าเป็นจอแบบใหม่ที่เรียกว่า Retina Display เลยไม่รู้ว่ามันดีกว่าตัวเดิมๆอย่างไร เพราะเท่าที่เคยเห็นของเพื่อน 3G หรือ 3Gs มันก็แสดงภาพได้สวยอยู่แล้ว


ถ่ายในวันฟ้าครึ้มฟ้าครึ้มฝน ที่ BTS ช่องนนทรี

ถามว่าพอใจไหม ผมพอใจกับภาพจากกล้อง iphone ตั้งแต่ 3G, 3Gs เพราะเวลาผมเห็นเพื่อนผมถ่ายมันถ่ายได้สวยกว่ากล้องมือถือผมประจำเลย ให้ตายสิ!?! ยิ่งเฉพาะในที่มืด มันถ่ายแล้วมองเห็นได้เว้ยเฮ้ย ดังนั้นในฐานะผมเป็นคนเล่นกล้อง และมี Iphone อยู่บนมือ ก็ขอทดสอบและซูมให้เห็นชัดๆหน่อยว่าไอ้ที่ผมปักใจเชื่อมานานว่า Iphone 3G, 3Gs มันถ่ายในที่มืดได้ดีเนี่ย มันจะเจ๋งขนาดไหน โดยขอยืนบนพื้นฐาน Iphone 4 ล่าสุดเป็นตัวตั้งนี่แหละ ไม่ขอย้อนไปลองของเก่า


ภาพนี้ไปกินงานวันเกิดพี่ที่ออฟิตครับ มีแสงไฟแรงพอสมควรจากหน้าร้าน รวมไปถึงรายละเอียดก็เยอะ ยังมองอะไรไม่ค่อยออก แต่ส่วนตัวผมรับได้นะ ถ้าแสงแบบนี้ก็โอเค ภาพนิ่งและแสงชัดดี แต่ถ้าเป็นมือถือผมมันจะมืดกว่านี้นิดหน่อย แถมภาพสั่นด้วย เพราะแสงน้อยมันเลยทำให้ชัตเตอร์กล้องมือถือผมอืดๆ

จนสุดท้ายผมมีโอกาสได้ลองกับภาพนี้ครับ


ถ่ายในร้าน Kinniku La Villa อารีย์ ภายในเวลาสามทุ่มชั้นสามก็แสงรำไรๆ และแสงในร้านเองก็เป็นเหลืองนวลๆ

ถ่ายเสร็จก็ยังตอบไม่ได้ จนกลับมาดูบนเว็บที่ผมอัพไว้ ขอชี้ชัดๆเลยว่า ด้วยความสวยของจอ Iphone มันทำให้ภาพดูคมชัด สีสดดีจริงๆ แต่เมื่อมาดูดีๆแล้ว เราก็พบคำตอบว่า ทำไมมันถ่ายในที่ไม่ค่อยมีแสดงได้ดีนัก เนื่องจากกล้องมันปรับ ISO ให้เราอัตโนมัตินั่นเอง ซึ่งถ้าคนเล่นกล้องจะรู้ครับว่า ISO มันคล้ายๆกับการเร่งความสว่างของภาพให้ขาวขึ้น ดังนั้นมันจึงเกิดเม็ดสีขาวๆ หรือที่เรียกว่า grain หรือ noise ในภาพขึ้น ยิ่งเร่งมากภาพยิ่งส่าง แต่ grain ก็ยิ่งเยอะตาม ทำให้ภาพแตกเป็นเม็ดๆจนดูหยาบ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้บอกว่ากล้องมันไม่ดี แต่เรียกว่ากล้องมันฉลาดดีกว่าครับ มันทำให้ไม่เห็นความต่างเหมือนกล้อง compact หลายๆตัวที่เวลาถ่ายในที่มืดแล้วเราจะเห็น grain ชัดตั้งแต่บนจอ LCD แต่ iphone 4 มีการปรับ ISO ที่ฉลาดเพราะมันปรับ ISO ได้รวดเร็วกอปรกับจอที่สวยจนเราไม่ทันสังเกตุ มันทำงานควบคู่กันจนผมเล่นเพลินเลยทีเดียว

มาถึงเรื่องสุดท้ายที่ผมจะพูดถึงคือ เรื่องสัญญาณมือถือ ที่เขาบอกว่ามันใช้ไม่ได้ เอามือกำแล้วสัญญาณหาย เป็นประเด็นดังไปทั่วโลก ผมคิดว่าคงเกิดกับบางเครือข่ายในบางประเทศ เพราะที่ผมใช้เป็น True และสัญญาณในออฟฟิตผมก็ง่อยๆ แต่ Iphone 4 ยังรับสัญญาณได้ดีเท่ามือถือตัวอื่นๆอยู่ ก็แปลว่าประเทศไทยเราสัญญาณอาจจะแรง เลยทำให้ไม่พบข้อเสียดังกล่าว

นี่ก็ review คร่าวๆ จากคนไม่เคยใช้ iphone อย่างผม ถ้าคาดหวังจะมาหาสาระและ spec iphone 4 ก็คงต้องไปอ่านที่อื่นเพิ่มเติมหละครับ เพราะจะซื้อทั้งทีของไม่ใช่ร้อยสองร้อย ที่ไม่พอใจแล้วก็ทิ้งๆคว้างๆ หรือบางทีมันดีจริงแต่เราใช้ไม่คุ้มก็เท่านั้นเองครับ ;D