wEb

กลับมาแล้ว...

posted on 18 Jun 2006 20:52 by ifew  in wEb
กลับมาแล้วครับ
ล่มด้วยปัญหาเดิมๆ

server นี้มีปัญหากับ harddisk 3-4 รอบ
สงสัยจะทำงานหนักเกินไป
หรือโชคร้ายตอนซื้อได้ของหลุด QC
(ประเภทที่ใช้คือ SATA ได้ข่าวมาว่าพังง่าย แต่ไม่คิดว่าจะง่ายขนาดนี้)

คุยกับต่าย สรุป ยอมควักตัง ถอย harddisk ใหม่
ต่ายเรียกมันว่า raptor ความเร็ว 10000 รอบ (คนทั่วไปใช้แค่ 5400 - 7200 รอบ)
70GB ราคาแสนแพง อีก 3 พัน ครบหมื่น
หวังว่ามันจะช่วยกู้วิกฤตินี้

ที่จริงมันควรจะเสร็จเร็วกว่านี้
แต่ต่ายกับแชมป์ติดทำงาน, เราคุยงานที่พิษณุโลกและเรียน
ต่างคนต่างไม่ว่าง วันนี้เลยว่าง ต่ายจึงเข้าไปทำให้
เราก็ remote ผ่าน internet ช่วยได้นิดหน่อย

งานนี้เจ้าต่ายพระเอกอีกเช่นเคย
คราวหน้าไป กทม เดี๋ยวจะเอาแอลกอฮอลไปคารวะ 1 ลัง
thank!.

เมื่อวานไปงานก่อนจะกลับจากพิษณุโลก
ได้ไปเสพศิลปที่งาน "ร้อยภาพ ร้อยกวี ร้อยปีพุทธทาส"
เสียดายไม่ได้เอากล้องไป ไม่เช่นนั้นคงจะถ่ายมาฝาก

ที่บ้านกลัวจะปลงและลาออกจากเรียนไปเสียก่อน
ระยะนี้ จึงได้ยินคำให้กำลังใจ ให้อดทน
และง้อให้ไปรับปริญญา อยู่เนืองๆ
อดทน เราจะอดทน กำลังใจ เราจะรู้สึกดี
แต่รับปริญญา อาจจะไม่ไปรับ
สงสารความลำบากของญาติโยมที่ต้องไปงาน
และเราไม่นับถือในปริญญาใบนี้ (คิดมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งคิดตอนมีปัญหา)

ช่วงนี้งานเยอะมากๆ งานเรียน งานจ้าง งานตัวเอง งานการกุศล
เข้ามาพร้อมๆกัน แบบ ต้องการในระยะเวลาใกล้เคียงกัน
ทุกอย่างไม่ใช่ความผิดพลาดจากการจัดตารางงาน
แต่เป็นบริหารกิเลสในตนเอง ยังไม่ลงตัวนัก

เพราะงานเยอะ รูปก็ไม่ค่อยจะได้ถ่าย ไม่ได้วาด ไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง
ตื่นมา เช้าเรียน บ่ายทำงาน ตกเย็นร่องลอยอยู่ข้างถนน
ค่ำๆ surf web+chat ตกดึกทำงาน ใกล้รุ่งนอน
หวังว่าสวนสาธารณะข้างบ้านจะสร้างสถานที่ทรงจีนเสร็จเร็วๆ คงจะได้ถ่ายรูปใหม่ๆบ้าง

ตอนนี้กำลังเป็นบรรณาธิการหนังสือเล่มหนึ่ง
เป็นหนังสือที่จะส่งประกวดและทำเผยแพร่ภายในจังหวัด
ได้ข่าวคราวอย่างไรจะมาอัพเดทให้ช่วยวิจารย์กันสักหน่อย
งานนี้ต้องใช้ข้อมูลภายในจังหวัดนครสวรรค์อย่างมาก
อาจจะต้องรบกวน พี่ ตัวร้าย ในบ้างหละครับ
งานหนักหรือไม่ รู้แต่ว่ารุ่นน้องตั้งโจทย์มาว่า "อยากรู้ว่าคน นว. กินปลาท่องโก๋วันละกี่ตัว"
เฮ่อ ให้กรูเดินนับเสาไฟฟ้าใน นว. ยังจะง่ายกว่าอีก

การล่มครั้งนี้ ไม่ทำให้อารยะธรรมของ exteen ล่มสลาย

บางทีความรู้ท่วมหัว กลับกลายเป็นกำแพงกั้นความอิสระ

วันนี้มาแบบบ่นๆ ต้อนรับการกลับมาของ exteen
ทุกอย่าง ผมยังคงเหมือนเดิม และเป็นคนเดิม

เอวังก็เป็นด้วยประการฉะนี้...

ปล. ช่วงนี้ซัดแต่เงาะ อร่อยมากๆ หวานสวนทางกับใจจริงๆ
วันนี้ลองไปสำรวจตลาด เจอ โลละ 15 กับ 18 บาท
แต่รู้สึกว่าเหมือนกันเป๊ะ สงสัยจะต่างกันที่ มีหนอน กับ ไม่มีหนอน
กินเงาะโปรดระวังหนอน
ด้วยความปราถนาดีจาก ifew dot exteen dot com

หลังจากเข้าสู่โลกของ blog ผ่าน exteen เป็นที่แรก เมื่อ 3 ปีก่อน เลยทำให้มีโอกาสได้รู้จักคำว่า tag (metadata)

ตอนแรกๆ เว็บไหนมีให้ใช้ก็ใช้ ไม่มีก็ไม่ใช้ แต่พักหลังๆ บ่อยครั้งที่เจอเว็บไหนไม่มีให้ใช้ มักจะเสียเวลากับการต้องค้นหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นประจำ แต่ถ้าเว็บไซต์ไหนมี tag มันช่างสะดวกเหลือหลาย

หากเป็นเมื่อก่อน จะแยกตามประเภท (Category) ประเภทย่อยสุดอาจจะเป็นประเภทของหนังสือเล่มนั้น แต่กว่าจะไล่หาเจอ กดแล้วกดอีกเป็นวรรคเป็นเวร

หรือใครจะบอกว่าใช้ search engine อัจฉลิยะอย่าง google (Text Search) ค้นหา ก็ใช่ว่าจะเจอเรื่องที่เราต้องการอย่างเดียว มันจะมีอะไรมากมายโผล่ไปหมด เลือกไม่ถูกอีก (ยิ่งปัจจุบัน เจอแต่พวกเว็บหว่าน Keyword เต็มไปหมด ไม่มีสาระอะไรที่ต้องการแม้แต่น้อย)

อย่างเช่นวันนี้ผมจะหา blog ที่เขียนถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่เราซื้อ เราก็จัดการกดไปที่ tag ชื่อเดียวกับหนังสือนั้นทันที ผลที่แสดงออกมาก็เป็นรายการของคนที่เขียนถึงหนังสือเล่มเดียวกับเรา มากมายหลายรายการ รวมทั้งเจอข่าวอัพเดทของ เจ้าของหนังสืออีกตะหาก โอ้วพระเจ้าจอร์ส มันยอดมาก

หากโลกนี้มี tag อย่างเดียว ก็คงเป็นเพียงแค่ keyword ธรรมดาๆ ที่เว้นวรรคคำให้ search engine ค้นหาง่ายขึ้นเท่านั้นเอง หรืออาจจะเป็นเพียงแค่คำแบ่งประเภทธรรมดาๆ ภายในเว็บหรือบล็คอกของเรา

แต่วิธีการที่เอาเจ้า tag มาชูโรงจนทำให้เกิดประโยชน์มากมายนี้ นั่นก็คือ วิธีการที่เรียกว่า Folksonomy นั่นเอง (ไม่รู้ว่าภาษาไทยได้บัญญัติไว้ว่าอะไร)

Folksonomy มันเป็นวิธีการร่วมมือกันจัดการ tag ของสังคมใดสังคมหนึ่ง เพื่ออธิบายความหมายของข้อมูลนั้นๆ

มันไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าของเว็บไซต์ หรือผู้มีความรู้ในเรื่องนั้นๆ เป็นคนมาระบุว่า เรื่องนี้ต้องเป็น tag นี้ tag นั้น เพราะนั่นเป็นการแบ่งประเภท หากแต่เจ้าของข้อมูลหรือผู้เข้าชมเว็บต่างหากล่ะ ที่เป็นคนระบุเอง ซึ่งความกว้างของการจำกัดความจะมีมากกว่ามาจากความคิดคนๆ เดียวแน่นอน และเป็นการระบุ tag ได้ถูกต้องกว่าคอมพิวเตอร์มากำหนดเองหรือให้คนอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของมาระบุ

จากประโยชน์ของแนวคิด Folksonomy นี้ มันทำให้ tag กลายเป็น tag ที่มีีความเข้าใจตรงกันของผู้ใช้ในสังคมนั้นๆ การค้นหาและการแสดงผลก็จะแม่นยำมากๆ

ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ Folksonomy มีชื่อเรียกอีกหลายชื่อ เช่น collaborative tagging (ร่วมด้วยช่วยกัน tag) หรือ social classification (การแบ่งประเภทโดยสังคม) หรือ social indexing (การจัดสารบัญโดยสังคม) หรือ social tagging (การจัดการ tag โดยสังคม) ( แปลได้ซับนรก จริงๆ :P )

คราวนี้ เมื่อร่วมด้วยช่วยกัน tag แต่ละบทความแล้ว มันมีรูปแบบการรวม tag ที่ทำให้เราสังเกตุได้เด่นชัดขึ้น นั่นคือ tag clouds มันเป็นกลุ่ม tag ยอดนิยม ที่จะอยู่มุมหนึ่งของเว็บ มีคำอยู่หลายสิบหลายร้อยคำ เล็กบ้างใหญ่บ้าง ยิ่งใหญ่เท่าใดแปลว่า tag นั้นยิ่งมีคนใช้เยอะ มันเลยทำให้เรารู้ได้ว่า เทรนเรื่องใดมาแรง ณ ขณะนั้น ในเว็บนั้น จะได้จิ้มได้ถูก

นี่แหละครับ tag มันกว้าง เพราะเรื่องเดียวกันหลากหลาย มันลึก เพราะเจอข้อมูลเดียวกันแน่น

ใครอยากรู้เรื่อง tag ให้ลึกกว่านี้ ลอง download pdf ขอคุณ กรกฎ เชาวะวณิช เรื่อง "Folksonomy และการจัดระเบียบความรู้บนโลกอินเตอร์เน็ต" จาก สคส. ฉบับที่ 14 (กันยายน-ตุลาคม 2548)

อ้างอิง Lab.Tosdn.com 

โครตเท่...

posted on 15 Jan 2008 12:41 by ifew  in wEb

 

เอาไปลองกันดู
http://www.ewitewit.com/Work/dentsu/beauteen/pickupthecolor/index.html